Page 246 - วัชรยานยันตระ
P. 246
สามารถบอกได้ถึงเทพที่เป็นประธานของศาสนสถานได้ แต่เนื่องจากเรา
ทราบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้จัมปามีความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยที่กษัตริย์
บางองค์ของจัมปาได้ไปท าการศึกษาในราชส านักกัมพูชาก่อนที่จะกลับมา
ครองราชย์ที่จัมปา กษัตริย์กัมพูชาในขณะนั้นคือพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งทรง
นับถือพระพุทธศาสนามหายานแบบตันตระ ซึ่งก็อาจมีความเป็นไปได้ว่า
ศาสนสถานหลังนี้อาจสร้างขึ้นเนื่องในพระพุทธศาสนามหายานแบบตันตระ
(แต่ในทางตรงข้ามก็อาจไม่ใช่)
จากการขุดค้นได้พบชิ้นส่วนประติมากรรมประดับศาสนสถาน
หลายชิ้นส่วนใหญ่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะเขมร มีอยู่ชิ้นหนึ่งที่
น่าสนใจเป็นภาพบุคคลมี 3 เศียร 8 กร ซึ่งนักวิชาการบางคนตีความว่าอาจ
เป็นพระพรหมาหรือพระอมิตาภะ? (Schweyer, 2011: 387)
5.2.3 หลักฐานประเภทประติมากรรมรูปเคารพที่เกี่ยวเนื่องกับ
วัชรยาน
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า หลักฐานโบราณคดีที่แสดงถึงร่องรอยของ
พุทธศาสนาแรกสุดในจัมปา คือพระพุทธรูปสกุลช่างอมราวดีพบที่ดงเดือง
แต่เราไม่พบหลักฐานเอกสารที่มีอายุก่อนพุทธศตวรรษที่ 14 ในทางศิลปะ
พระพุทธรูปองค์นี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธรูปศิลปะอมราวดี หรือ
พระพุทธรูปที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียโดยตรง เช่น ศรีลังกา บวสเซอลิเยร์
(Boisselier) นักวิชาการชาวฝรั่งเศสกล่าวว่า มีลักษณะของศิลปะอมราวดี
ช่วงหลัง และก าหนดอายุให้อยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 9 – พุทธศตวรรษที่
11 (Boisselier, 1963: 27)
จากลักษณะของประติมากรรมที่พบในจัมปา ท าให้นักวิชาการ
สามารถจัดแบ่งประติมากรรมได้เป็น 2 กลุ่ม 2 ช่วงสมัย คือ
กลุ่มที่ 1 (ช่วงต้น) แสดงอิทธิพลของศิลปะอินเดียและชวา
กลุ่มที่ 2 (ช่วงต่อมา) แสดงอิทธิพลของศิลปะเขมร
236

