Page 177 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 177

บทที= \ : บรรพบุรุษของมนุษย์สกุล โฮโม                                                170





                         ลักษณะทางชีววิทยาของ โฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส แม้ว่าจะมีบางอย่างที=คล้ายกับ
                  โฮโม อีเรกตัส และ โฮโม แอนติเซสเซอร์ เช่น ใบหน้าใหญ่และยื=นมาข้างหน้าเหมือนกัน

                  ขากรรไกรใหญ่และไม่มีคาง สันคิ)วใหญ่ กะโหลกค่อนข้างหนา และฟันใหญ่ เป็นต้น  แต่ก็
                  มีลักษณะที=พัฒนาขึ)นมาใหม่ซึ=งแตกต่างจาก โฮโม อีเรกตัส และ โฮโม แอนติเซสเซอร์

                  เช่น ความจุสมองที=ใหญ่ขึ)น (เฉลี=ย c,@ãZ ลูกบาศก์เซนติเมตร) ส่วนตรงกลางของกะโหลก

                  กว้างขึ)นมาก (เปรียบเทียบกับกะโหลกของ โฮโม รุ่นแรกที=มีส่วนฐานล่างของกะโหลก
                  กว้างที=สุด) ฟันกรามมีขนาดเล็กลง และกระดูกร่างกายโดยรวมมีลักษณะอ่อนช้อย ไม่

                  เทอะทะหรือดูบึกบึนเหมือนกระดูกของ โฮโม รุ่นแรก  กล่าวโดยรวมได้ว่า โฮโม ไฮเดล
                  เบอร์เกนซิส มีลักษณะทางกายวิภาคและชีววิทยาใกล้เคียงกับมนุษย์ปัจจุบันมากขึ)น

                         ส่วนวัฒนธรรมของ โฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส ที=น่าสนใจก็คือมีการผลิตและใช้
                  เครื=องมือหินแบบอาชูเลียนรุ่นหลัง ซึ=งมีลักษณะที=พัฒนามากกว่าเครื=องมือหินแบบอาชู

                  เลียนของ โฮโม อีเรกตัส กล่าวคือ รูปทรงได้มาตรฐานมากกว่า บางกว่า ดูประณีตมากขึ)น

                  (รูปที= \.@3) เครื=องมือหินแบบอาชูเลียนรุ่นหลังนี)แสดงถึงความสามารถทั)งเชิงเทคโนโลยี
                  และสติปัญญาของผู้ผลิตซึ=งสอดคล้องกับการที=มีสมองใหญ่ขึ)น (Wynn 1995)








                                                           รูปที= \.@3  เครื=องมือหินแบบอาชูเลียนรุ่นหลัง











                         กล่าวกันว่า โฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส อาจจะเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที=นําวัฒนธรรม

                  เครื=องมือหินแบบอาชูเลียนรุ่นหลังเข้าสู่ยุโรป (Klein and Edgar 2002)  นอกจากการทํา

                  เครื=องมือหินแล้ว มนุษย์โฮโมสายพันธุ์นี)ยังพัฒนาเทคโนโลยีไปมากขึ)น โดยรู้จักการทํา
                  หอกไม้ (wooden spear) โดยมีการค้นพบหลักฐานจากการขุดค้นแหล่งโชนิงเกน ใน

                  เยอรมนี ในปี cÇÇB กําหนดอายุได้ประมาณ Åff,fff - ZBf,fff ปีมาแล้ว (Thieme
                  1997)  หลักฐานที=พบเป็นชิ)นส่วนไม้เหลาปลายแหลมทั)งสองข้าง ยาวประมาณ @-Z เมตร

                  (รูปที= \.@4) ซึ=งนักโบราณคดีเชื=อว่าเป็นหอกสําหรับพุ่งล่าสัตว์ขนาดใหญ่ (เช่น ม้า
   172   173   174   175   176   177   178   179   180   181   182