Page 188 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 188
บทที= \ : บรรพบุรุษของมนุษย์สกุล โฮโม 181
พฤติกรรมการทําเครื$องมือ
เครื=องมือหินของ โฮโม สายพันธุ์ต่างๆ มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด เช่น ความ
ประณีต ก้าวหน้ากว่าของ โฮโม อีเรกตัส เทคโนโลยีการทําเครื=องมือหินของ โฮโม รุ่นหลัง
เรียกว่า เครื=องมือหินแบบมูสเตอร์เรียน (Mousterian) กล่าวคือใช้แกนหินที=ตกแต่ง
เตรียมไว้แล้ว จากนั)นกะเทาะจากด้านบนออกเป็นแผ่นบาง แล้วจึงกะเทาะตกแต่งคม
จนได้เครื=องมือที=คมและได้สัดส่วน จากลักษณะของเครื=องมือสันนิษฐานว่า โฮโม รุ่นหลัง
มีทักษะและความรู้สูงในการทําเครื=องมือ และมีความแม่นยําในการกะเทาะอย่างมาก
อีกประการหนึ=งแสดงว่า โฮโม รุ่นหลังสามารถกําหนดรูปทรงของเครื=องมือล่วงหน้าไว้ใน
หัวสมอง (mental template) ก่อนจะลงมือทําเครื=องมือ ซึ=งแตกต่างจากทําเครื=องมือที=เริ=ม
จากการกะเทาะไปเรื=อยๆ จนกว่าจะได้เครื=องมือที=ต้องการ
พฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์และความเชื$อ
ในแง่พฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์ของ โฮโม รุ่นหลัง นั)น จากการศึกษาพบว่ามีการฝังศพ
หรือมีความเชื=อในเรื=องอํานาจเหนือธรรมชาติ (supernatural power) เป็นโฮมินิดส์กลุ่มแรกที=
มีพิธีฝังศพอย่างตั)งใจ เช่น จัดวางศพอย่างเป็นระเบียบและใส่สิ=งของลงไปในหลุมฝังศพด้วย
(เช่น เครื=องมือหิน อาหาร และดอกไม้) ตัวอย่างหลุมฝังศพที=พบที=ถํ)าชานิดาร์ (Shanidar
Cave) ในประเทศอิรักที=นักวิชาการค้นพบละอองเรณูเป็นจํานวนมากในหลุมฝังศพ ซึ=งแสดง
ว่ามีการวางดอกไม้ลงไปในหลุมฝังศพเพื=อแสดงความหมายเชิงสัญลักษณ์บางอย่าง
พฤติกรรมทางวัฒนธรรมอื$นๆ
ก. การรักษาพยาบาล
ซากฟอสซิลของ โฮโม รุ่นหลังบางสายพันธุ์ เช่น โฮโม นีแอนเดอร์ทัลเลนซิส
ส่วนมากเป็นกระดูกผู้ใหญ่ที=มีร่องรอยการเยียวยารักษา หรือการรักษา ตัวอย่างเช่น
นักวิจัยจากฝรั=งเศสค้นพบกะโหลกของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล และได้ตรวจสอบด้วยระบบ
คอมพิวเตอร์พบว่ามีรอยแตกจากการถูกฟันด้วยอาวุธปลายแหลม แต่อาการบาดเจ็บ
ได้รับการรักษาเยียวยาจนหายดี นอกจากนี)จากการศึกษากระดูกขากรรไกรล่างของของ
นีแอนเดอร์ทัลที=พบที=เพิงผาอายุ 175,000 - 200,000 ปี ในประเทศฝรั=งเศส พบว่า
ขากรรไกรล่างไม่มีฟันเหลืออยู่เลย แต่ร่องรอยบ่งชี)ว่าเจ้าของขากรรไกรนี)มีปัญหาฟันผุจน
หมดปากโดยที=ระหว่างมีชีวิตอยู่คงไม่สามารถเคี)ยวอาหารได้แน่นอน แต่ก็มีอายุยืนยาว
มาได้จนกระทั=งอายุประมาณ 40 - 50 ปี เราอาจอธิบายเรื=องนี)ได้ว่า โฮโม รุ่นหลัง รู้จัก
ช่วยกันรักษาโรคภัยไข้เจ็บและช่วยเหลือซึ=งกันและกัน ซึ=งสะท้อนให้เห็นการให้คุณค่าทาง
สังคม (social value) และการมีอยู่ของระบบสังคมที=รู้จักแบ่งปันอาหารและทรัพยากร

