Page 216 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 216

บทที, z: กําเนิดมนุษย์ปัจจุบัน                                                    209





                                            วิวัฒนาการของ โฮโม เซเปียนส์


                         ขณะนีjนักวิชาการส่วนมากได้ตีความซากบรรพชีวินของโฮมินิดส์ที,มีการค้นพบ
                  แล้วเพื,อสร้างต้นไม้ตระกูล (family tree) ของโฮมินิดส์ทุกสกุลและสายพันธุ์ที,กล่าวมา

                  ตัjงแต่บทที, û จนถึงบทที, z ได้ดังรูปที, z.up
                         นักวิชาการต่างก็ยอมรับว่าซากบรรพชีวินของ โฮโม เซเปียนส์ หรือมนุษย์รุ่นใหม่

                  ปรากฏขึjนเมื,อมานานไม่ตํ,ากว่า uss,sss ปี  แต่ประชากร โฮโม เซเปียนส์ เพิ,มมากขึjนใน
                  ช่วงเวลาประมาณ ps,sss ปีที,ผ่านมา  คําถามที,ตามมาก็คือทําไมการเปลี,ยนผ่านจาก

                  มนุษย์รุ่นแรกๆ มาเป็นมนุษย์รุ่นใหม่จึงเกิดขึjน  หลักฐานในปัจจุบันบ่งชีjว่าเป็นเพราะ

                  มนุษย์รุ่นใหม่มีข้อได้เปรียบเชิงวิวัฒนาการมากกว่าโฮมินิดส์รุ่นแรกๆ  ข้อได้เปรียบนัjน
                  ได้แก่

                         ภาษา เป็นที,กล่าวเอ่ยอ้างกันอยู่บ่อยๆ ว่าความสามารถทางภาษาเป็นข้อ
                  ได้เปรียบที,ทําให้เกิดวิวัฒนาการของมนุษย์รุ่นใหม่  ความสามารถทางภาษานีjสังเกตได้

                  จากการเปลี,ยนแปลงในเรื,องสมองหรือขนาดกะโหลกก็ได้  หรืออาจจะดูจากความสําเร็จ
                  ในการผลิตผลงานเชิงสัญลักษณ์และเทคโนโลยี  อย่างไรก็ตามเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่า

                  การเปลี,ยนแปลงขนาดกะโหลกซึ,งเป็นการเปลี,ยนแปลงทางชีววิทยานีjสัมพันธ์กับการ

                  เปลี,ยนแปลงทางวัฒนธรรมหรือไม่ (เช่น การผลิตงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ การพัฒนา
                  เทคโนโลยีในการทําเครื,องมือ) แต่หลักฐานที,มีอยู่ขณะนีjบ่งชีjว่าการเปลี,ยนแปลงทาง

                  วัฒนธรรมเกิดขึjนหลังการเปลี,ยนแปลงทางชีววิทยานานพอสมควร

                         นักวิชาการบางท่านอาจแย้งว่าการเปลี,ยนแปลงทางวัฒนธรรมเกิดขึjนพร้อมๆ กับ
                  การเปลี,ยนแปลงทางชีววิทยา เช่น ความสามารถในการใช้ภาษาอาจมีมานานแล้ว แต่

                  ปัญหาก็คือเราจะหาอายุจุดเริ,มต้นของภาษาได้อย่างไรเพราะภาษาไม่มีหลักฐานทางวัตถุ
                  ที,บอกได้ชัดเจน  จากการศึกษาความแตกต่างระหว่างร่องเสียง (vocal tract) ของลิงไม่มี

                  หางและมนุษย์พบว่าอวัยวะที,เรียกว่า ลาริงซ์ (larynx) ซึ,งเป็นท่อระบบหายใจ  ลาริงซ์ของ
                  ลิงไม่มีหางตัjงอยู่ในตําแหน่งที,สูงขึjนมาเหนือลําคอ ใกล้กับคางมากกว่า  ส่วนลาริงซ์ของ

                  มนุษย์อยู่ตํ,าลงมาใต้คาง ซึ,งทําให้พูดออกเสียงได้มากกว่า เร็วกว่า  แต่ข้อเสียของการมีลา

                  ริงซ์อยู่ตํ,าลงมาก็คือมนุษย์เราไม่สามารถพูดและกินได้พร้อมกัน และอาจจะเกิดการ
                  กระตุกถึงแก่ชีวิตได้  เป็นที,น่าสังเกตว่าในวัยทารก ลาริงซ์ของมนุษย์อยู่สูงขึjนมาใกล้คาง

                  ฉะนัjนเด็กทารกจึงสามารถกลืนอาหารและหายใจได้พร้อมกัน  แต่เมื,อโตขึjนลาริงซ์ได้
                  เลื,อนลงไปใต้คาง
   211   212   213   214   215   216   217   218   219   220   221