Page 244 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 244

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
















                                       อุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้น สามารถน�ามาวิเคราะห์ธาตุประกอบทางเคมีของลูกปัดแก้วได้ ส่งผลให้นักโบราณคดี
                                     สามารถอธิบายเรื่องราวความส�าคัญของลูกปัดแก้วได้มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ส่งผลต่อการอธิบายเรื่องราวทาง
                                     สังคม วัฒนธรรมได้ชัดเจนขึ้น
                                       จากการศึกษาวิเคราะห์ลูกปัดแก้วด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาธาตุประกอบทางเคมี ของแหล่งโบราณคดี
                                     สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี ในภูมิภาค ภาคกลางของประเทศไทย จ�านวน

                                     ๑๖ แหล่ง ได้แก่


                                       ๑. แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว ต�าบลพัฒนานิคม อ�าเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

                                       ๒. แหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทินใต้ ต�าบลหลุมข้าว อ�าเภอโคกส�าโรง จังหวัดลพบุรี
                                       ๓. แหล่งโบราณคดีบ้านโคกหม้อ ต�าบลพัฒนานิคม อ�าเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
                                       ๔. เมืองขีดขิน ต�าบลบ้านหมอ อ�าเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี
                                       ๕. แหล่งโบราณคดีบ้านคูเมือง ต�าบลห้วยชัน อ�าเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

                                       ๖. โบราณสถานวัดปืน ต�าบลท่าหิน อ�าเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
                                       ๗. เมืองโบราณบ้านการุ้ง ต�าบลเมืองการุ้ง อ�าเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี
                                       ๘. เมืองโบราณดอนคา ต�าบลดอนคา อ�าเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
                                       ๙. เมืองศรีเทพ ต�าบลศรีเทพ อ�าเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

                                       ๑๐. แหล่งโบราณคดีดงละคร ต�าบลดงละคร อ�าเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
                                       ๑๑. แหล่งโบราณคดีเนินพลับพลา ต�าบลอู่ทอง อ�าเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
                                       ๑๒. แหล่งโบราณคดีธรรมศาลา อ�าเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
                                       ๑๓. แหล่งโบราณคดีหอเอก ต�าบลพระประโทน อ�าเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

                                       ๑๔. เมืองโบราณคูบัว ต�าบลคูบัว อ�าเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี
                                       ๑๕. แหล่งโบราณคดีโคกพลับ ต�าบลโพหัก อ�าเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
                                       ๑๖. แหล่งโบราณคดีไร่ชัฎหนองคา ต�าบลจอมบึง อ�าเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี



                                       ผลการศึกษาลูกปัดด้วยการน�าเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้นั้น ช่วยเพิ่มเติมข้อมูลความชัดเจน
                                     ของแหล่งที่มาของลูกปัดแก้วที่พบในประเทศไทยได้ โดยพบว่าลูกปัดแก้วที่พบจากแหล่งโบราณคดีในยุคก่อน
                                     ประวัติศาสตร์ ได้แก่ แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวแหล่งโบราณคดีบ้านพรหมทินใต้แหล่งโบราณคดีบ้านโคกหม้อ
                                     จัดอยู่ในกลุ่มลูกปัดแก้วอลูมินา (m-Na-Al) และลูกปัดแก้วโปแตสเซียม (K) ซึ่งแก้วสองกลุ่มนี้เป็นแก้วที่ผลิตขึ้นใน

                                     ประเทศอินเดีย และศรีลังกา เมื่อราว ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว และมีการผลิตต่อเนื่องมาจนถึงสมัยทวารวดี โดยเฉพาะ
                                     แก้วในกลุ่มอลูมินาผลิตต่อเนื่องมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๔
                                       ในขณะที่แก้วจากแหล่งโบราณคดีแหล่งอื่นในสมัยทวารวดีนั้น มีแหล่งที่มาที่แตกต่างกันตามกลุ่มแก้ว ได้แก่ ลูกปัด
                                     แก้วแคลเซียม (m-Na-Ca) เริ่มผลิตขึ้นที่ประเทศอินเดีย และประเทศศรีลังกา ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒ ลูกปัดแก้ว

                                     ตะกั่ว (Pb) เริ่มผลิตขึ้นที่ประเทศจีน ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๘ และลูกปัดแก้วขี้เถ้าพืชที่มีแคลเซี่ยมสูง  (v-Na-Ca)
                                     ซึ่งมีขี้เถ้าของพืชเป็นส่วนผสมการในผลิตแก้ว ผลิตขึ้นในแถบตะวันออกกลาง ในพุทธศตวรรษที่ ๖ - ๑๖
                                       ซึ่งกลุ่มลูกปัดแก้วต่าง ๆ ดังกล่าว ใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาวิเคราะห์ และรวบรวมข้อมูลของลูกปัดแก้วจาก
                                     แหล่งโบราณคดีทั้งในอินเดีย ศรีลังกา ตะวันออกกลาง จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลใช้ในการ

                                     ศึกษาเปรียบเทียบ (Lankton and Dussubieux, 2006: 120 - 144)
























                                                                                      244 ๒๔๔
   239   240   241   242   243   244   245   246   247   248   249