Page 26 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 26
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การด�าเนินงานทางโบราณคดีจึงเปรียบเสมือน “ฟันเฟือง”
บรมนาถบพิตร ยังทรงย�้าให้เห็นความส�าคัญของหลักฐานโบราณคดี ส�าคัญที่จะสะท้อนให้เห็นถึง “ศิลปวัฒนธรรมของชาติ” โบราณคดี
รวมถึงการอนุรักษ์และการสงวนรักษาหลักฐานโบราณคดีเหล่านั้นไว้ สามารถสะท้อนอดีต เชื่อมโยงสู่ปัจจุบัน และน�าไปสู่อนาคตของชาติ
ดังพระราชด�ารัสความตอนหนึ่งว่า ได้ อันที่จริงแล้ว การด�าเนินงานทางโบราณคดี และหน้าที่ของนัก
“...หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา โบราณคดีไม่ใช่เพียงการขุดค้น ขุดแต่ง หรือการศึกษาหลักฐาน
ที่เป็นเอกสารมีอยู่โดยจ�ากัด การศึกษาประวัติศาสตร์ ที่เป็นโบราณสถาน-โบราณวัตถุเพื่อให้ทราบถึงความเป็นมาของ
จ�าเป็นต้องอาศัยหลักฐานทางโบราณวัตถุเทียบเคียง ผู้คนในอดีตเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการน�าโบราณวัตถุสถานเหล่า
สันนิษฐานด้วยอย่างมาก ดังนั้นจึงถือได้ว่า โบราณ นั้นเปิดเผยให้บุคคลทั่วไปได้รับรู้และตระหนักถึงคุณค่าของมรดก
สถานและโบราณวัตถุ ทุกแห่งทุกชิ้น เป็นหลักฐานทาง วัฒนธรรมของชาติ เพื่อให้เกิดความรัก ความหวงแหน ความภาค
ประวัติศาสตร์อย่างส�าคัญ ซึ่งควรส�ารวจ และพิจารณา ภูมิใจในเอกราชอธิปไตยของชาติบ้านเมืองของตน เกิดความส�านึก
ศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน...” ที่จะช่วยกันท�านุบ�ารุงรักษามรดกอันมีค่าเหล่านี้ไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลัง
“...ข้าพเจ้าเห็นว่า โบราณวัตถุและศิลปวัตถุทั้งหลาย ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในกระบวนการดังกล่าว การ
นั้นเป็นสิ่งส�าคัญที่ชี้ให้เห็นอดีตอันรุ่งโรจน์ของชาติไทยเรา พิพิธภัณฑ์และการอนุรักษ์ โบราณวัตถุสถาน และ/หรือ วัตถุทาง
เป็นประโยชน์แก่การศึกษาทั้งในทางประวัติศาสตร์ ศิลป วัฒนธรรม จึงเป็นอีกหน้าที่หนึ่งของนักโบราณคดีด้วย ซึ่งการด�าเนิน
โบราณคดี และวัฒนธรรม จึงควรที่ทุกฝ่ายจะได้ช่วยกัน การตามที่กล่าวมานั้น นักโบราณคดีไม่สามารถท�างานตามล�าพังได้
ทะนุถนอม บ�ารุงรักษาอย่าให้สูญสลายไป” จ�าเป็นที่จะต้องอาศัยผู้มีความรู้ในศาสตร์ด้านอื่นๆ เข้ามาประกอบ
(พระราชด�ารัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย จึงท�าให้โบราณคดีเป็น “ศาสตร์แห่งสหวิทยาการ”
บรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามค�าแหง
จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๗)
สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงน�า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
พระพี่นางเธอ และ พระอนุชา
(ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร พระมห�กรุณ�ธิคุณที่ทรงมีต่อก�รพิพิธภัณฑ์
มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ
บพิตร) เสด็จพระราชด�าเนินไปยัง การพิพิธภัณฑ์ เป็นอีกส่วนหนึ่งของขบวนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ นอกเหนือจากการด�าเนินงานทาง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๑ โบราณคดี การที่จะให้วัตถุทางวัฒนธรรมเหล่านั้นด�ารงอยู่เป็นหลักฐานหรือเป็นประจักษ์พยานถึงความเป็นมาและ
ความเจริญของชาติบ้านเมืองในอดีต จึงจ�าเป็นต้องมีสถานที่จัดแสดงวัตถุทางวัฒนธรรมดังกล่าว อันเป็นที่มาและ
ความส�าคัญของพิพิธภัณฑสถาน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงได้รับการปลูกฝังให้รักในศิลปวัฒนธรรมของ
ชาติไทย มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ดังที่ปรากฏว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงน�าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อานันทมหิดล พระพี่นางเธอ และพระอนุชา (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร)
ซึ่งในขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง ๑๑ พรรษา เสด็จพระราชด�าเนินไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อศึกษา
เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของชาติจากโบราณศิลปวัตถุที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์
26 ๒๖

