Page 35 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 35
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
ก�รศึกษ�โบร�ณคดีภ�ยใต้ร่มพระบ�รมีปกเกล้�
คณะโบราณคดี โดยภาควิชาโบราณคดี เป็นสถาบันการ
ศึกษาเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการเรียนการสอน
ทางด้านโบราณคดีเพื่อผลิตบุคลากรเป็น “นักโบราณคดี”
ท�างานด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ภายใต้ร่มพระบารมีปกเกล้าของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดีค่อยๆเติบโตขึ้น
เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๖ ภายใต้ชื่อของ “แผนกเตรียม
โบราณคดี” ในโรงเรียนศิลปศึกษา เนื่องจากในขณะนั้น
กรมศิลปากรขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทาง
โบราณคดี ด�าเนินการขุดแต่งบูรณะโบราณสถาน รวมถึง
การจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถาน หลังจากนั้นจึงมีการตั้ง
คณะโบราณคดีขึ้นในปีพ.ศ. ๒๔๙๘ โดยมีหลวงบริบาล
บุรีภัณฑ์เป็นคณบดีท่านแรก มีจุดมุ่งหมายหลักคือให้
เป็นคณะวิชาที่ผลิตบุคลากรด้านโบราณคดีเพื่อเข้ารับ
ราชการในกรมศิลปากร ดังนั้นการเรียนการสอนในคณะ
โบราณคดีในระยะแรกจึงเน้นหนักไปในด้านการผลิตนัก
วิชาการสาขาโบราณคดีเป็นหลัก จึงเห็นได้ว่า การเรียน
การสอนด้านโบราณคดีเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในรัชสมัย
ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องมาจนเป็น
ภาควิชาโบราณคดีในปัจจุบัน หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์เข้ารับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาโบราณคดี
ก�รเรียนก�รสอนและผลง�นวิจัย
ของบุคล�กรภ�ควิช�โบร�ณคดี
ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดการเรียนการสอนสาขาวิชา
โบราณคดี ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก โดยมีปรัชญาของหลักสูตรคือ
“โบราณคดีเป็นรากฐานวัฒนธรรมของชาติ” การเรียนการสอนในภาควิชาโบราณคดีเน้น
การเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เนื่องจากการด�าเนินงานทางโบราณคดีนั้น
ต้องใช้ทั้งความรู้ทั้งสองส่วนควบคู่กันไป สิ่งนี้สอดคล้องกับแนวพระราชด�าริที่ทรงเล็งเห็น
ความส�าคัญของการศึกษาภาคปฏิบัติ ดังปรากฏในพระบรมราโชวาทความตอนหนึ่งว่า
“...ความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และ
ความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง ซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ให้ครบ
เพื่อสามารถน�าไปใช้ประกอบกิจการงาน และแก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ...”
(พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล ณ อาคารใหม่ สวน
อัมพร วันพฤหัสบดี ที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕)
“...การหาโอกาสน�าความรู้ภาคทฤษฎีมาลงมือปฏิบัติก็ดี การฝึกหัดปฏิบัติ
งานเพื่อใช้แรง ใช้ฝีมือ ใช้ความละเอียดถี่ถ้วนก็ดี เป็นสิ่งจ�าเป็นอย่างยิ่ง และ
ต้องกระท�ามิให้น้อยไปกว่าภาคทฤษฎี เพราะการศึกษาภาคนี้เป็นประโยชน์
สร้างเสริมปัจจัยส�าคัญของชีวิต ในด้านความขยันขันแข็ง ความเข้มแข็ง
ความอดทนพยายาม ความละเอียดรอบคอบของบุคคล ได้อย่างมากที่สุด...”
ศาสตราจารย์ นพ.สุด แสงวิเชียร เข้ารับพระราชทานปริญญา
ดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาโบราณคดี (พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ส�าเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันศุกร์ ที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๒๓)
35 ๓๕

