Page 175 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 175
ได้มีกำรเพิ่มปริมำณกำรค้ำระหว่ำงประชำกรในภำคกลำงตอนล่ำง
ของไทยกับพ่อค้ำจำกโลกตะวันตก (อินเดียและกลุ่มประเทศแถบเมดิเตอร์
เรเนียนรวมทั้งเปอร์เซีย) ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๕ – ๙ ซึ่งตรงกับสมัยอินโด –
โรมันของอินเดียนั้นสินค้ำจำกโลกตะวันตกซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้ำจำอินเดีย
โรมัน สินค้ำเลียนแบบสินค้ำโรมันได้หลั่งไหลเข้ำมำยังศูนย์กลำงกำรค้ำใหญ่
และศูนย์กลำงกำรค้ำย่อย ซึ่งกระจำยอยู่ในพื้นที่ภำคกลำงตอนล่ำงของ
ประเทศไทยทั้งในบริเวณลุ่มแม่น ้ำแม่กลอง – ท่ำจีน (แหล่งโบรำณคดีพงตึก
เมืองโบรำณอู่ทอง เมืองนครปฐมโบรำณ) ในบริเวณลุ่มแม่น ้ำลพบุรี – ป่ำสัก
(เมืองโบรำณจันเสน แหล่งโบรำณคดีเนินมะกอก แหล่งโบรำณคดีท่ำแค) และ
ในบริเวณลุ่มแม่น ้ำบำงปะกง (แหล่งโบรำณคดีโคกระกำเมืองศรีมโหสถ)
ในบริเวณศูนย์กลำงกำรค้ำดังกล่ำวเหล่ำนี้ ได้มีชำวอินเดียทั้งที่เป็น
พ่อค้ำ และนักบวชทั้งในศำสนำพรำหมณ์และศำสนำพุทธติดตำมเข้ำมำตั้ง
ถิ่นฐำน ชำวอินเดียนี้ได้น ำเอำศำสนำควำมเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เคย
ถือปฏิบัติในประเทศตนเข้ำมำเผยแพร่จนเป็นที่ศรัทธำของชำวพื้นเมือง
โดยเฉพำะวัฒนธรรมของชำวพุทธมีส่วนช่วยเสริมสร้ำงวัฒนธรรมทวำรวดี
ซึ่งมีศูนย์กลำงอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น ้ำเจ้ำพระยำในสมัยแรกเริ่มประวัติศำสตร์
ของประเทศไทย
รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๙ – ๑๐ เป็นต้นมำ
ประชำกรบริเวณแม่น ้ำเจ้ำพระยำเริ่มคุ้นเคยกับวัฒนธรรมอินเดีย เริ่มมีกำรจัด
ระเบียบสังคมแบบสังคมอินเดียส ำหรับชุมชนขนำดใหญ่ที่ตั้งถิ่นฐำนอยู่ใกล้
แม่น ้ำล ำใหญ่ เช่น ลุ่มแม่น ้ำแม่กลอง – ท่ำจีน ลุ่มแม่น ้ำลพบุรี – ป่ำสัก และลุ่ม
แม่น ้ำบำงปะกง ได้มีกำรสร้ำงคูน ้ำคันดินล้อมรอบเมืองเพื่อป้องกันน ้ำท่วมและ
เพื่อป้องกันข้ำศึก รวมทั้งเพื่อผลประโยชน์ในกำรเกษตร กำรคมนำคมทำงน ้ำ
ซึ่งคล้ำยคลึงกับรูปแบบกำรตั้งถิ่นฐำนของชำวอินเดียที่ตั้งถิ่นฐำนอยู่บริเวณ
แม่น ้ำคงคำ – ยมุนำ และลุ่มแม่น ้ำกฤษณำ – โคทำวรี ตั้งแต่สมัยก่อน
ประวัติศำสตร์ตอนปลำยหรือในช่วงยุคเหล็กตอนต้นเป็นต้นมำจนถึงสมัย
ประวัติศำสตร์ จึงมีควำมเป็นไปได้ว่ำชำวพื้นเมืองได้น ำแนวคิดและรูปแบบ
[๑๖๔]

