Page 273 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 273
การเมืองและการปกครอง
การเมือง ในช่วงระยะเวลำที่อำรยธรรมเขมรจำกรำชอำณำจักร
กัมพูชำแพร่หลำยเข้ำมำในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบันรำวพุทธ
ศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๘ เรำคงปฏิเสธไม่ได้ว่ำมีกำรขยำยอ ำนำจทำงกำรเมืองของ
รำชอำณำจักรเข้ำมำด้วย เพรำะมีกำรค้นพบจำรึกของกษัตริย์เขมรโบรำณ
จ ำนวนมำกในภำคตะวันออกเฉียงเหนือ ภำคตะวันออกและภำคกลำงของไทย
แต่อ ำนำจทำงกำรเมืองจะแผ่เข้ำมำในช่วงที่อำณำจักรกัมพูชำเจริญรุ่งเรืองมี
ผู้น ำที่เข้มแข็ง แต่หำกกษัตริย์อ่อนแอเกิดปัญหำบ้ำนเมืองภำยใน อ ำนำจทำง
กำรเมืองที่เคยแผ่ขยำยเข้ำมำถึงบ้ำนเมืองบนแผ่นดินไทยก็คงถดถอยออกไป
บ้ำนเมืองและแว่นแคว้นท้องถิ่นที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินไทยคงจะเป็นอิสระ
เพรำะกำรมีกำรค้นพบจำรึกหลำยหลักที่กล่ำวถึงแว่นแคว้นและกษัตริย์
พื้นเมืองที่ไม่เคยรู้จักกันในจำรึกเขมรเลย
จากร่องรอยหลักฐานต่างๆ ทั้งที่ปรากฏในประเทศไทยและใน
ราชอาณาจักรกัมพูชายังอาจกล่าวได้ว่า ในช่วงเวลาที่อารยธรรมเขมร
แพร่หลายเข้ามาในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบันนั้น โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๘ มีศูนย์กลางแห่งอ านาจทาง
การเมืองที่ส าคัญอยู่ ๒ แห่งคือที่เมืองละโว้ (ลพบุรีในปัจจุบัน) และที่
เมืองพิมาย (เขตอ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน)
อย่ำงไรก็ดี มีแนวคิดที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องอ ำนำจทำงกำรเมือง
เขมรบนดินแดนไทยด้วย โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับอ ำนำจทำง
กำรเมืองในสมัยพระเจ้ำชัยวรมันที่ ๗ นักวิชำกำรมีควำมเห็นที่แตกต่ำงกัน
ออกเป็นสองแนวคิด คือ
แนวคิดแรก เชื่อว่ำ ในสมัยของพระเจ้ำชัยวรมันที่ ๗ อ ำนำจทำง
กำรเมืองของอำณำจักรกัมพูชำโบรำณได้แผ่ขยำยเข้ำมำถึงดินแดนแถบลุ่ม
แม่น ้ำเจ้ำพระยำด้วย เพรำะเชื่อว่ำเมืองลโวทยปุระ สุวรรณปุระ ศัมพูกะปัฏนะ
ชัยรำชปุรี ศรีชัยสิงหปุรี ศรีชัยวัชรปุรี ที่ปรำกฏอยู่ในจำรึกปรำสำทพระขรรค์ที่
พบที่เมืองพระนครนั้น คือ เมืองซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภำคกลำงและภำคตะวันตก
[๒๖๒]

