Page 306 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 306

พระเจ้ำรำเชนทรวรมันทรงขยำยอ ำนำจทำงกำรเมืองของพระองค์
               ออกไปทำงด้ำนทิศตะวันตกเข้ำมำถึงดินแดนบำงส่วนในภำคตะวันออกเฉียง
               เหนือของไทย ด้วยมีกำรค้นพบจำรึกของพระองค์หลำยหลักในบริเวณ
               ดังกล่ำว และในตอนปลำยรัชกำลพระองค์ทรงยกกองทัพไปรุกรำน
               อำณำจักรจัมปำ (ในประเทศเวียดนำม) และทรงได้รับชัยชนะ เมื่อสิ้นพระชนม์
               ลงพระโอรสของพระองค์เสด็จขึ้นครองรำชย์ทรงพระนำมว่ำ พระเจ้ำชัยวรมัน
               ที่ ๕
                       พระเจ้าชัยวรมันที่ ๕ (พ.ศ. ๑๕๑๑ - ๑๕๔๓) พระองค์เสด็จขึ้น
               ครองรำชย์ในขณะที่รงพระเยำว์มำก จึงท ำให้ขุนนำงในรำชส ำนักหลำยท่ำนมี
               อ ำนำจมำก โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งพรำหมณ์ผู้มีนำมว่ำ ยัชญวรำหะ ซึ่งเป็น

               พระอำจำรย์ของพระเจ้ำชัยวรมันที่ ๕ ในจำรึกกล่ำวว่ำ “ท่านผู้นี้เป็นผู้ตกลงใน
               กิจกรรมทุกอย่าง” ในขณะที่กษัตริย์ทรงพระเยำว์และเมื่อทรงเป็นหนุ่มอ ำนำจ
               ของพรำหมณ์ผู้นี้ก็ยังคงมีอยู่มำก เพรำะ “ทรงรับค าขอร้องจากพระอาจารย์
               ของพระองค์และทรงมีพระทัยพร้อมที่จะอ านวยประโยชน์ให้”
                       ในรัชกำลนี้อำณำเขตของรำชอำณำจักรกัมพูชำขยำยเข้ำมำใน
               บริเวณภำคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมำกขึ้นด้วย มีกำรค้นพบจำรึกของ
               พระองค์หลำยหลักในภำคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่จังหวัดอุบลรำชธำนี
               สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหำสำรคำม และนครรำชสีมำ
                       ส ำหรับศำสนสถำนที่พระเจ้ำชัยวรมันที่ ๕ โปรดให้สร้ำงขึ้นที่เมือง
               พระนครนั้นไม่ทรำบแน่ชัดว่ำเป็นหลังใด หลักฐำนที่ปรำกฏในจำรึกกล่ำวว่ำ
               พระองค์โปรดให้สร้ำงศำสนบรรพตประจ ำรำชธำนีขึ้นด้วย นักโบรำณคดี
               สันนิษฐำนว่ำอำจจะเป็นปรำสำทตำแก้ว แต่กำรก่อสร้ำงยังไม่ทันแล้วเสร็จ
               เพรำะสิ้นพระชนม์ลงก่อน พระรำชำที่ครองรำชย์สืบต่อมำทรงพระนำมว่ำ
               พระเจ้ำอุทัยทิตยวรมันที่  ๑
                       พระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ ๑ (พ.ศ. ๑๕๔๔ - ๑๕๔๕) พระรำชำองค์
               นี้ทรงครองรำชย์อยู่เพียงปีเดียวก็สิ้นพระชนม์โดยไม่ทรำบสำเหตุที่แน่นอน
               หลังจำกนั้นบ้ำนเมืองก็วุ่นวำยเนื่องจำกเกิดสงครำมแย่งรำชสมบัติระหว่ำง




                                         [๒๙๕]
   301   302   303   304   305   306   307   308   309   310   311