Page 303 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 303

พระเจ้าหรรษวรมันที่ ๒   (พ.ศ. ๑๔๘๗ - ๑๕๑๑) เสด็จขึ้น
               ครองรำชย์ได้เพียง ๒ ปีเท่ำนั้นก็สิ้นพระชนม์ ผู้ครองรำชย์สืบต่อมำทรง
               พระนำมว่ำ พระเจ้ำรำเชนทรวรมัน
                       พระเจ้าราเชนทรวรมัน (พ.ศ. ๑๔๘๗ - ๑๕๑๑) พระรำชำองค์นี้
               ทรงเป็นเจ้ำชำยแห่งแคว้นภวปุระที่อยู่ทำงตอนเหนือของกัมพูชำ เมื่อเสด็จขึ้น
               ครองรำชย์เป็นกษัตริย์แห่งรำชอำณำจักรกัมพูชำก็เสด็จมำประทับที่เมือง
               พระนคร พระองค์ทรงท ำให้เมืองพระนครกลับคืนสู่ควำมยิ่งใหญ่ในฐำนะ
               รำชธำนีอีกครั้ง โปรดให้บูรณะศำสนสถำนเก่ำในเขตเมืองพระนครที่สร้ำงขึ้น

               ในรัชกำลก่อนๆ เช่น ที่ปรำสำทปักษีจ ำกรง โปรดให้ปรับปรุงวำงผังพื้นที่
               ทำงด้ำนตะวันออกของเมืองพระนครเพื่อสร้ำงศำสนสถำนประจ ำรัชกำล และ
               ปรับปรุงบำรำยตะวันออกโดยกำรยกคันเขื่อนให้สูงขึ้น หลังจำกนั้นโปรดให้
               สร้ำงศำสนสถำนขึ้นที่เมืองพระนคร ๒ แห่ง ตำมแบบประเพณีที่พระเจ้ำ
               ยโศ วรมันที่ ๑ ทรงท ำมำก่อนแห่งแรกคือศำสนสถำนอุทิศถวำยแด่บรรพบุรุษ
               ของพระองค์ (คือปราสาทแม่บุญตะวันออกซึ่งตั้งอยู่กลางบารายตะวันออก)
               แห่งที่สองคือศำสนสถำนประจ ำรำชธำนี (คือปราสาทแปรรูป) เพื่อเป็นที่
               ประดิษฐำนรูปเคำรพของเทวดำผู้คุ้มครองรำชธำนี (เทวราชา หรือ กมรเตง
               ชคต ราช)
                       ในรัชกำลนี้มีข้ำรำชกำรชั้นสูงในรำชส ำนักหลำยท่ำนก่อสร้ำงศำสน
               สถำนขึ้นด้วย คือ ท่ำนกวีนทรำริมัถนะ สร้ำงศำสนสถำนเพื่อประดิษฐำน
               พระพุทธรูปและพุทธเทพในศำสนำพุทธลัทธิมหำยำน (คือปราสาทบาทชุม)
               ขึ้นในบริเวณด้ำนทิศตะวันออกของเมืองพระนคร พรำหมณ์ทิวำกรภัทร์
               สร้ำงศำสนสถำนในศำสนำฮินดูลัทธิไศวนิกำย (คือปราสาทอินทร์โกสี) ขึ้นที่
               ริมฝั่งแม่น ้ำเสียมเรียบในบริเวณรอบนอกเมืองพระนครทำงตอนใต้ และ
               พรำหมณ์ยัชญวรำหะมหำรำชครูประจ ำรำชส ำนัก สร้ำงศำสนสถำนเพื่ออุทิศ
               ถวำยแด่พระอิศวร (คือปราสาทบันทายสรี) ขึ้นทำงตอนเหนือห่ำงจำกเมือง
               พระนครออกไปรำว ๒๕ กิโลเมตร แต่มำเสร็จสมบูรณ์ในรัชกำลต่อมำ





                                         [๒๙๒]
   298   299   300   301   302   303   304   305   306   307   308