Page 93 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 93
๓,๕๐๐ – ๒,๕๐๐ ปีก่อนคริสตกำล หรือประมำณ ๕,๕๐๐ – ๔,๕๐๐ ปีมำแล้ว
สมัยกลำงมีอำยุระหว่ำง ๒,๕๐๐ ปีก่อนคริสตกำล – คริสต์ศักรำช ๒๐๐ หรือ
ประมำณ ๔,๕๐๐ – ๑,๗๐๐ ปีมำแล้ว และสมัยปลำยมีอำยุตั้งแต่รำว
คริสต์ศักรำช ๑,๐๐๐ ลงมำ
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
บ้ำนเชียง เป็นหมู่บ้ำนแห่งหนึ่งในเขตอ ำเภอหนองหำน จังหวัด
อุดรธำนี นักโบรำณคดีได้ท ำกำรขุดค้นที่บ้ำนเชียงแล้วหลำยครั้งด้วยกันและ
ได้พบร่องรอยของหมู่บ้ำนเกษตรกรรมสมัยก่อนประวัติศำสตร์ที่มีผู้คนอยู่
อำศัยหลำยสมัยครอบคลุมระยะเวลำรวมนับพันๆ ปี
มีข้อมูลว่ำรำษฎรชำวบ้ำนเชียงบำงท่ำนได้เริ่มให้ควำมสนใจ
เศษภำชนะดินเผำที่มีกำรตกแต่งด้วยกำรเขียนเป็นลำยสีแดงซึ่งมักพบเสมอ
เวลำขุดดินในหมู่บ้ำนมำตั้งแต่ประมำณ พ.ศ. ๒๕๐๐ จึงมีกำรเก็บรวบรวมไว้
และมีกำรน ำไปมอบให้นำยพรมมี ศรีสุนำครัว ครูใหญ่โรงเรียนบ้ำนเชียง
(ประชำเชียงเชิด) เก็บรักษำและจัดแสดงให้คนชมที่โรงเรียน อย่ำงไรก็ตำม
ในช่วงเวลำนี้เรื่องรำวทำงโบรำณคดีของบ้ำนเชียงก็ยังไม่เป็นที่สนใจของ
คนทั่วไป
ต่อมำใน พ.ศ. ๒๕๐๓ นำยเจริญ พลเตชำ หัวหน้ำหน่วยศิลปำกร
ที่ ๗ ได้ไปส ำรวจที่บ้ำนเชียงและได้รับมอบโบรำณวัตถุส่วนหนึ่งมำจำก
อำจำรย์พรมมี ศรีสุนำครัว แต่เนื่องจำกในช่วงเวลำนั้นเรื่องรำวทำงโบรำณคดี
สมัยก่อนประวัติศำสตร์ในประเทศไทยยังไม่เป็นที่เข้ำใจและยังไม่เป็นที่สนใจ
กันนัก จึงมิได้มีกำรค้นคว้ำทำงโบรำณคดีใดๆ เกิดขึ้น
จนกระทั่งใน พ.ศ. ๒๕๐๙ นำยสตีเฟน ยัง (Stephen Young)
นักศึกษำวิชำสังคมศำสตร์จำกมหำวิทยำลัยฮำวำร์ด ซึ่งเป็นบุตรของ
เอกอัครรำชทูตสหรัฐอเมริกำประจ ำประเทศไทยในขณะนั้น ได้เดินทำงมำ
ศึกษำเรื่องรำวของหมู่บ้ำนและรำษฎรชำวบ้ำนเชียง เขำจึงได้มีโอกำสพบเห็น
เศษภำชนะดินเผำสมัยโบรำณกระจำยเกลื่อนอยู่ทั่วไปตำมผิวดินของหมู่บ้ำน
[๘๒]

