Page 96 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 96
ทั้งนี้ พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนำงเจ้ำฯ
พระบรมรำชินีนำถ ได้เสด็จพระรำชด ำเนินไปทอดพระเนตรกำรขุดค้นที่บ้ำน
เชียงครั้งนี้ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนำคม ๒๕๑๕
เนื่องจำกในช่วงระยะเวลำระหว่ำง พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๑๕ นี้
กำรลักลอบขุดหำโบรำณวัตถุเพื่อขำยให้แก่นักสะสมโบรำณวัตถุส่วนบุคคล
และขำยแก่พ่อค้ำโบรำณวัตถุเกิดขึ้นอย่ำงแพร่หลำยมำก รัฐบำลคณะปฏิวัติใน
เวลำนั้นจึงได้ออกประกำศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๘๙ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎำคม
๒๕๑๕ เพื่อห้ำมขุดและลักลอบขุดแหล่งโบรำณคดี ในเขต ๙ ต ำบลของ
๒ จังหวัด คือ ต ำบลบ้ำนเชียง ต ำบลบ้ำนธำตุ ต ำบ ลศรีสุทโธ
ต ำบลบ้ำนชัย ต ำบลอ้อมกอ ของจังหวัดอุดรธำนี และต ำบลม่วงไข่ ต ำบลแวง
และต ำบลพันนำ ของจังหวัดสกลนคร
กำรขุดค้นทำงโบรำณคดีที่บ้ำนเชียงโดยนักโบรำณคดีของกอง
โบรำณคดีกรมศิลปำกรทั้งสองครั้งนั้น ได้พบโบรำณวัตถุและหลักฐำนทำง
โบรำณคดีประเภทต่ำงๆ เป็นจ ำนวนมำก ทั้งนี้มีทั้งเครื่องมือที่ท ำด้วยหินและ
ท ำด้วยส ำริด ศำสตรำจำรย์ชิน อยู่ดี (๒๕๑๕) ได้พิจำรณำหลักฐำนทำง
โบรำณคดีที่พบในกำรขุดค้นที่บ้ำนเชียงและสรุปควำมเห็นไว้ในช่วงเวลำนั้นว่ำ
หลักฐำนที่พบเหล่ำนั้นเป็นร่องรอยของผู้คนสมัยก่อนประวัติศำสตร์ที่สำมำรถ
แบ่งออกได้เป็น ๓ สมัย คือสมัยหินใหม่ สมัยส ำริด และสมัยเหล็ก
ในบรรดำหลักฐำนทำงโบรำณคดีประเภทต่ำงๆ ที่พบที่บ้ำนเชียงนั้น
มีบำงประเภทที่กระตุ้นควำมสนใจของนักวิชำกำรโบรำณคดีต่ำงประเทศเป็น
อย่ำงมำก หลักฐำนเหล่ำนั้นคือร่องรอยของเมล็ดข้ำวและเครื่องส ำริด ซึ่งข้อมูล
เท่ำที่ทีอยู่ในขณะนั้นแม้จะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แต่ก็บ่งชี้ว่ำข้ำวและโลหะส ำริด
อำจปรำกฏขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ระยะเวลำมำกกว่ำ ๒,๕๐๐ ปีมำแล้ว
จึงนับเป็นหลักฐำนที่สำมำรถจะใช้คัดค้ำนกับควำมเห็นเดิมที่กล่ำวกันไว้ว่ำ
ผู้คนในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันรวมถึงพื้นที่ของประเทศไทย
ด้วยนั้น เริ่มท ำกำรเพำะปลูกข้ำวและเริ่มใช้โลหะทั้งส ำริดและเหล็กพร้อมๆ กัน
[๘๕]

