Page 328 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 328

โบราณคดีอินเดีย | 320







                                  ช่วงหลักของสถาปัตยกรรมถ้ําของ า ตะวันตก มีอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 2-3
                       (พุทธศตวรรษที่ 7-8)  บางถ้ําได้รับการอุปถัมภ์โดยตรงจากกษัตริย์ราชวงศ์สาตวาหนะและกษัตระปะ

                       ตัวอย่างเช่น ถ้ําเจติยสถานที่การ์ลีมีจารึกที่สามารถระบุอายุได้ว่าอยู่ในราว 120  ป ก่อนคริสตกาล
                       (พ.ศ.  423)  ในช่วงนี้มีการสลักภาพเพิ่มเติมที่ผนังด้านนอก รวมถึงภาพมิถุนา (คนคู่) ด้วย ภายในมี

                       สถูปสําหรับสักการบูชา เสามีหัวเสาที่งดงาม

                                  หลังลงมาได้แก่วิหารหมายเลข 3  ที่นาสิก (Nasik)  เป็นที่รู้จักกันในนาม “ถ้ําเคาตมีปุ-
                       ตระ” เนื่องจากมีจารึกที่อยู่ในสมัยของกษัตริย์สาตวาหนะองค์นี้ ศาสนสถานประกอบด้วยห้องโถง

                       กลางที่มีห้องขนาดเล็กหลายห้องล้อมรอบ สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพสลักที่ผนังด้านนอกและที่ประตู อีก
                       สิ่งหนึ่งคือ ผนังด้านหลังของโถงกลางที่มีภาพสลักสถูปที่ขนาบด้วยสตรี 2  นาง และนางฟ า-คนธรรพ์

                       อีก 2 องค์


                                  ตัวอย่าง ้ําที น่า นใจ

                                        1.   ้ํา าชา (Bhaja) (no. 12)  ใกล้ตําบลปูนา ในทิวเขา า ตะวันตก (ภาพที่
                       8.23)

                                        ถ้ําภาชา เป็นถ้ําในเดคข่านที่มีอายุเก่าที่สุด (จัดอยู่ในช่วงหินยาน) เป็นถ้ําที่ขุดลึก

                       เข้าไปในหินแข็ง ถ้ําเจติยสถานมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายมน  ถ้ําแบ่งออกเป็น 3 ส่วน สองข้าง
                       เป็นระเบียงยาวขนาดเล็ก โถงทางเดินที่ประกอบด้วยแถวของเสาแปดเหลี่ยมไม่มีฐานและบัวหัวเสา

                       (27 ต้น) ยาว 18.0  เมตร กว้างประมาณ 8.2  เมตร เสาเหล่านี้รองรับซี่วงโค้งที่สลักเลียนแบบโครง
                       หลังคาเครื่องไม้ รูปวงโค้ง ที่ปลายสุดของห้องโถงเป็นสถูปขนาดเล็ก ซึ่งสกัดจากแท่งหินเช่นกัน มีฐาน

                       รูปทรงกระบอกสูง 1.2 เมตร ส่วนบนเป็นโดม (องค์ระ ัง) รูปครึ่งวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.4 เมตร

                       เหนือขึ้นไปเป็นบัลลังก์ (หรรมิกะ 2 ชั้น)
                                        ที่ด้านนอกของถ้ํามีการสลักส่วนของกันสาดเป็นรูปวงโค้งเกือกม้าขนาดใหญ่

                       (กูฑุ) นอกจากนี้ที่ด้านข้างทางเข้า ยังมีลายประดับเป็นกูฑุเล็ก ๆ ทั้งสองข้าง (ภาพที่ 8.24-8.25) ถ้ํา
                       ประเภทนี้ใช้เป็นที่ชุมนุมของพระสง ์และ ราวาส ใกล้ ๆ กันจะมีถ้ําอีกถ้ําหนึ่งที่ตัดเข้าไปในหิน แบ่ง

                                                                12
                       ออกเป็นห้องขนาดเล็ก 5 ห้อง ใช้เป็นที่พักของสง ์















                        12 Basham : pp.354-355.
   323   324   325   326   327   328   329   330   331   332   333