Page 370 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 370
โบราณคดีอินเดีย | 362
การกําหนดอาย – จากการศึกษา สามารถแบ่งระยะเวลาหรือพัฒนาการของ “มหาเจติยะ” ได้
50
เป็น 5 ช่วงคือ
- สมัยพระเจ้าอโศก ราวครึ่งหลังของศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่
3) (พบชิ้นส่วนจารึกของพระเจ้าอโศก, แนวรั้วทําด้วยหินแกรนิต-มีจารึก)
- สมัยหลังพระเจ้าอโศก (แนวรั้วเปลี่ยนเป็นหินปูนมีจารึก)
- สมัยราชวงศ์สาตวาหนะ (เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางศิลปะของ “มหาเจติ-
ยะ” อย่างมากจนทําให้สถูปองค์นี้มีลักษณะโดดเด่น เช่น การเพิ่มภาพประติมากรรมที่องค์สถูปและ
แนวรั้ว ตลอดจนมุขเสาอายกะก็เพิ่มขึ้นในสมัยนี้)
- สมัยราชวงศ์อิกษวากุ
- สมัยราชวงศ์ปัลลวะตอนต้นถึงยุคกลางตอนปลาย (คริสต์ศตวรรษที่4-6/ พุทธ-
ศตวรรษที่ 9-11)
ที นาคารช นโกณ ะ (Nagarjunakonda)
นาคารชุนโกณฑะ หรือเนินเขาของนาคารชุน (มีเรื่องเล่าที่สัมพันธ์กับนาคารชุนอาจาริ-
ยะ ผู้ก่อตั้งลัทธิมาธยมิกะ) ตั้งอยู่ที่เมือง Vijayapuri เมืองหลวงของราชวงศ์อิกษวากุในลุ่มแม่น้ํา
กฤษณา อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 3-4 (พุทธศตวรรษที่ 8-9) ที่นี่เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่สําคัญอีก
แห่งหนึ่งในดินแดนอานธระประเทศ ประกอบด้วยพุทธสถานกว่า 30 แห่ง ได้พบหลักฐานที่น่าสนใจ
จํานวนมาก ทั้งรูปแบบของสถาปัตยกรรม ประติมากรรมรูปเคารพ และภาพสลักต่าง ๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งจารึกซึ่งได้ให้ข้อมูลที่สําคัญ เช่น จารึกที่กล่าวถึงการสร้างศาสนสถานอุทิศแด่อาจาริยะใน
นิกายเถรวาทที่มาจากศรีลังกา รวมถึงจารึกที่กล่าวถึงนิกายในพุทธศาสนาหลากหลายนิกาย เช่น
วิภัชชวาทิน (Vibhajjavadin) มหาวิหารวาสิน Mahaviharavasin) อันเป็นนิกายหลักในศรีลังกา
(พุทธสถานหมายเลข 36, 38) นิกายอปรมหาวินาเสลิยะ (Aparamahavinaseliya sect -พุทธสถาน
หมายเลข 1, 9) นิกายพหุศรุติยะ (Bahusrutiya sect -พุทธสถานหมายเลข 5) และนิกายมหิษาศกะ
(Mahisasaka sect -พุทธสถานหมายเลข 7, 8) เป็นต้น จากจารึกดังกล่าวทําให้เราได้ทราบถึงความ
เจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาที่นาคารชุนโกณฑะในขณะนั้นว่าประกอบด้วยพุทธศาสนาหลากหลาย
51
นิกายอยู่ร่วมกัน จารึกกล่าวถึงนิกายในพุทธศาสนาที่นี่อย่างน้อย 4 ลัทธิ คือ มหาวิหาร
(Mahavihara) มหิษศกะ (Mahishasaka) พหุศรุติยะ (Bahushrutiya) และ อปรมหาวินเสลิยะ
52
(Aparamahavinaseliya)
50
Sarkar : pp.12-18.
51
Mitra : pp.206-208.
52 Singh : p.452.

