Page 474 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 474

โบราณคดีอินเดีย | 466








                                        - อิทธิพลอิหร่าน (ศิลปะปาเถียน, ศิลปะกุษาณะ, ศิลปะสัสสาเนียน)
                                        - อิทธิพลอินเดียช่วงหลัง  ศิลปะคุปตะและหลังคุปตะ ได้ส่งอิทธิพลมายังศิลปะ

                       คันธาระช่วงหลัง ทําให้ศิลปะคันธาระช่วงหลังนิยมทําประติมากรรมลอยตัว มีลักษณะอ่อนช้อย
                       นุ่มนวล


                        ร   ั นาการของ ระติ ากรร  บบคัน าระ

                                  - ประติมากรรมรุ่นเก่ามักสลักด้วยหินชีสต์ มีลักษณะแข็งกระด้างแสดงความรู้สึกเกินจริง
                                  - ต่อมาอิทธิพลพุทธศาสนาทําให้ศิลปะเริ่มมีชีวิตจิตใจ เช่น ประติมากรรมที่พบที่เมือง

                       Hadda  ประเทศอาฟกานิสถาน มีลักษณะคล้ายคลึงศิลปะกรีก เช่น ภาพพระพุทธองค์อยู่ท่ามกลาง
                       ใบไม้บนหัวเสาแบบโรมัน

                                  - มีลักษณะเป็นของตัวเองแสดงชีวิตจิตใจ


                        ระติ ากรร  ก  ช่าง   รา (คริ ต  ตวรร ที  1-4/   ท  ตวรร ที  6-9)
                                  จากตําแหน่งที่ตั้งของเมืองมถุราที่เหมาะสม คือตั้งอยู่บน ั งขวาของแม่น้ํายมุนา และยังอยู่

                       บริเวณจุดบรรจบกันของเส้นทางทางบก (ถนน) จากทางเหนือ (อุตตรบถ) และทางใต้ (ทักษินาบถ) จึงทํา
                       ให้มถุราเป็นศูนย์กลางการค้าที่สําคัญ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองสําคัญทางศาสนา (ทั้งพราหมณ์ พุทธ และ

                       เชน) และศิลปกรรม

                                  ศิลปะมถุรา แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ สกุลช่างมถุรา ในราชวงศ์กุษาณะ (คริสต์ศตวรรษที่ 1-3/
                       พุทธศตวรรษที่ 6-8) และสกุลช่างมถุราในราชวงศ์คุปตะ (หลังคริสต์ศตวรรษที่ 3/ พุทธศตวรรษที่ 8)

                                  ในช่วง 200  ป ก่อนคริสตกาล-ค.ศ. 300  (ราวพุทธศตวรรษที่ 4-8) มถุราและวิทิศาเป็น

                       ศูนย์กลางที่สําคัญของประติมากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเดียเหนือ ในสมัยกุษาณะมถุราเป็น
                       ศูนย์กลางสําคัญของการค้าระหว่างเมืองต่าง ๆ ในแคว้นกป ศะกับเมืองในลุ่มแม่น้ําคงคา เช่น ปา ลีบุตร

                       ไวสาลี ศราวัสตี รวมทั้งเมืองทาง ั งตะวันตกซึ่งมีเมืองท่าที่สําคัญคือ เมืองภรุกัจฉะ (Bharukaccha)

                       นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของงาน  มือ กิจกรรมทางศาสนา และการผลิตงานศิลปะ
                                  สกุลช่างคันธาระ และมถุราอยู่ภายใต้อุปถัมภ์ของกษัตริย์ราชวงศ์กุษาณะ เป็นสองสกุล

                       ช่างแรกที่สร้างพระพุทธรูป (ซึ่งมีการโต้แย้งระหว่างนักวิชาการว่าสกุลช่างใดเป็นสกุลแรกที่เริ่มสร้าง) มีผู้
                       สันนิษฐานว่าพระพุทธภาพที่กําเนิดขึ้นในสกุลช่างมถุราอาจเนื่องมาจากการที่ศาสนาเชนได้ผลิตแผ่น

                       ภาพสลัก รูปเคารพของตีรถังกรเปลือยประทับนั่งสมาธิ จากหินทรายสีชมพูที่มีจุดประสีขาว และจากสิ่ง
                                                            9
                       นี้เองที่อาจทําให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปขึ้น   หรืออาจได้แรงบันดาลใจมาจากรูปยักษี-ยักษาที่มีอยู่
                       ก่อนหน้านี้ สกุลช่างมถุราอาจเริ่มขึ้นราวตอนปลายของศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่ 4)





                        9  Basham, A. L., The Wonder That Was India (Fontana, 1967), p. 369.
   469   470   471   472   473   474   475   476   477   478   479