Page 483 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 483
โบราณคดีอินนเดีย | 475
า ที 9.441 ่น า ดินเ า จากจันททรเกต ครหะ (CChandraketuggarh)
ที ที า: (Singh, 2 2008, 466)
ระติ ากรร ัยค ตะ--ห ังค ตะ
ประติมากรรรมสมัยนี้ จัดเป็ป็นศิลปะอินเดีดียสมัยที่ 3 แบ่งได้ 2 ประะเภทคือ ประตติมากรรม
ลอยตัว และปประติมากรรมนนูนสูงในถ้ํา มีทั้งที่เนื่องในศศาสนาพราหมณ์และพุทธศาาสนา
ตั้งแต่สมัยคุปตะเป็นต้นมมา ประติมากกรรมในศาสนนาพราหมณ์มีมากขึ้น มักกแสดงท่า
เคลื่อนไหว เพืพื่อแสดงเทวอํํานาจ ความโออ่อ่า ก่อให้เกิดดความกลัว ในนขณะที่ประติติมากรรมในพุททธศาสนา
แสดงถึงความมอ่อนโยน ความอ่อนหวานนอันเกิดจากจริริยธรรมในพุททธศาสนา ควาามเมตตากรุณณาต่อสัตว์
ประติมากรรมมพุทธศาสนามัมักแสดงอาการยิ้มอยู่ในท่าสสงบนิ่ง
ในสมัยคุปตตะ-หลังคุปตะะนิยมสร้างปประติมากรรมมขนาดใหญ่ เช่น พระพุททธรูปปาง
ปรินิพพานในนถ้ําอชันตาที่ 226 และพระมเหศมูรติในถ้ําเอเลฟันตะ ห ืรือพระพุทธภาพที่บามิยัน
ระติ ากรร ัยค ตะ
ราวคริสต์ศตตวรรษที่ 3-5 ((พุทธศตวรรษษที่ 8-10 สมัยยราชวงศ์คุปตตะ) ในอินเดียภภาคเหนือ
ปราก ประติิมากรรม 2 สกุลช่างคือสกุลช่างสารนาถถและสกุลช่างงมถุรา (ที่สืบททอดมาจากศิลลปะมถุรา
สมัยกุษาณะ)
ประติมากรรรมสมัยคุปตะมีมีลักษณะเด่นนคือนิยมทําภาาพบุคคลทั้งที่เป็นมนุษย์แลละเทพเจ้า
แสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวา ด้วยการแสดงความมหมายทางจิตวิญญาณแลละท่าทางเมตตตากรุณา
ลักษณะเฉพาาะของประติมากรรมคุปตะ คือ รูปทรงที่ีงดงามได้สัดสส่วน รูปเคารพแสดงออกถึถึงลักษณะ
ทางโลกแบบสสกุลช่างมถุราาและลักษณะความอิ่มเอมแแบบสกุลช่างเเวงคี (Vengi School) ใบบหน้าของ
รูปเคารพแสดดงออกถึงความมฉลาด ความรอบรู้และควาามหมายของชีชีวิตที่ซ่อนอยู่ภภายใน
พระพุทธรูปศิลปะคุปตะมีมีลักษณะร่วมที่สําคัญ คือ รอบพระเศียรรปราก ประภภามณฑล
1 16
ขนาดใหญ่ปรระดับด้วยลายยพันธุ์พฤกษา
16 ดูเพิ่มเติมใน เ เชษฐ์ ติงสัญชลี : หน้า 226-228.

