Page 492 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 492
โบราณคดีอินนเดีย | 484
า ที 9.660 ระโ ิ ัตตว อวโ กิเต วรร
้ําเอารังคบัดดที 7 า ที 9.611 ระ ท ร ใใน ้ําอชันตาที 2
ครึ งหห ังของคริ ต ตวรร ที 6 ครึ งห ังของคริ ต ตตวรร ที 5
( ท ตวรร ทที 11) ( ( ท ตวรร ทีที 10)
ที าา: (Harle, 19994, 121) ที าา: (Harle, 29994, 130)
ภาพสลักในศศาสนาเชน (ไชชนะ) เลียนแบบบภาพสลักใในพุทธศาสนาา มีชีวิตจิตใจนน้อยลง มี
ความแข็งกระะด้างมากขึ้น
ระติ ากรรร ใน า นา ิ ินด
เป็นศิลปะท้อองถิ่นในศาสนนาพราหมณ์ที่เจริญขึ้นในแคคว้นมหาราษ ร์ทางทิศตะวัวันตกของ
อินเดีย คือ ศิลปะจาลุกยะราวคริสต์ศตววรรษที่ 5-7 (พพุทธศตวรรษทีที่ 10-12) ที่ถ้ํ้าเอลโลร่าและะในแหลม
เดคข่าน ภาคตะวันออกคือศิลปะสมัยปัลลลวะ ตั้งแต่คริริสต์ศตวรรษทีที่ 5-6 (พุทธศตตวรรษที่ 10-111)
ประติมากรรรมมีรูปร่างหนันักและหนาขึ้นน ท่าทางเป็นธธรรมชาติน้อยยลงมีเครื่องปรระดับมาก
ขึ้น ประติมากกรรมลอยตัวในนสมัยหลังคุปตะจะเพิ่มควาามสําคัญให้แกก่แผ่นหลังมากกยิ่งขึ้น
ในสมัยหลังคคุปตะนิยมภาาพสลักขนาดใใหญ่ เช่น ที่พพบที่ถ้ําอชันตาา เอลโลร่า เออเลฟันตะ
มาวลีปุรัม
ภาพสลักในศศาสนาพราหมณ์น่าสนใจที่สุสุดในสมัยหลังคุปตะอยู่ในถ้ํา้าเอเลฟันตะ ที ที่เมืองมา-
วลีปุรัมและทีที่ถ้ําเอลโลร่าในนแคว้นมหาราษฎร์ ที่ถ้ําเออเลฟันตะ (เดคคข่านตะวันตก) ได้แก่ประติติมากรรม
หินสลักรูปพรระศิวะ-มเหศมูมูรติ (ภาพที่ 99.62) นอกจาากนี้ประติมากกรรมสมัยนี้ ยังังแสดงความเคคลื่อนไหว
อย่างมากมายย (ภาพที่ 9.633) ภาพที่เป็นแแบบฉบับและะสวยงามที่สุดภภาพหนึ่งคือภภาพวิษณุปางนนรสิงหาว-
ตาร และภาพพฟ อนรําของพพระอิศวรในถ้ําาเอลโลร่าหมายเลข 21 แสดดงให้เห็นความมงามได้สัดส่วนน

