Page 490 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 490
โบราณคดีอินเดีย | 482
ระติ ากรร ัยห ังค ตะ
ศิลปะอินเดียสมัยที่ 3 เริ่มเจริญขึ้นแถบแคว้นมหาราษ ร์ทางทิศตะวันตกของอินเดีย
ราวคริสต์ศตวรรษที่ 4-7 (พุทธศตวรรษที่ 9-12) นักวิชาการบางท่านจัดเป็นศิลปะวกา กะ-จาลุกยะ
ตะวันตกระยะแรก มีผู้อุปถัมภ์ คือ ราชวงศ์วกา กะและราชวงศ์อื่น ๆ ที่มีอํานาจสืบต่อมา เช่น
ราชวงศ์ไตรกู กะ ราชวงศ์กาลาจุริตะวันตก และราชวงศ์จาลุกยะตะวันตกระยะแรก 19
ระติ ากรร ใน ท า นา ัยห ังค ตะ
พระพุทธภาพที่เจริญอยู่แถบแคว้นมหาราษฎร์ ทางตะวันตกของอินเดียในสมัยหลังคุปตะ
นี้ ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากศิลปะคุปตะสกุลช่างสารนาถทั้งรูปแบบจีวรเรียบไม่มีริ้ว บางคล้ายผ้าเป ยก
20
น้ํา แต่นิยมครองจีวรห่มเฉียงแสดงให้เห็นอิทธิพลศิลปะอมราวดีที่เข้ามา
ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 (พุทธศตวรรษที่ 10-11) พระพุทธรูปมีลักษณะค่อนข้างอ้วนเตี้ย
หนัก พระเศียรใหญ่ พระศอหนา เข้ามาแทนที่พระพุทธรูปแบบคุปตะที่มีความสูงสง่าและบริสุทธิ์ แต่
พระพุทธรูปแบบหลังคุปตะก็แสดงถึงอํานาจและยังคงรักษาประติมานวิทยาแบบเดิมไว้เช่นจีวรบางแนบ
องค์ ห่มคลุมหรือห่มเฉียง ต่อมาห่มเป ดพระอังสาขวา มีขอบจีวรพาดผ่านพระอุระลงมาเป็นเส้นเฉียง
ลักษณะเด่นของพระพุทธรูปสมัยหลังคุปตะคือการทําปางธรรมจักรมุทรา
(Dharmacakramudra) หรือปางปฐมเทศนา และปางประทับนั่งห้อยพระบาทหรือ ประลัมพปาทาสนะ
(pralambapadasana) ซึ่งปราก น้อยในสมัยที่ผ่านมา แต่กลับเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังปราก เป็นจํานวน
21
มากที่ถ้ําอชันตาและเอลโลร่า และให้อิทธิพลต่อศิลปะทวารวดี ขอม (สมัยก่อนเมืองพระนคร) พม่า
22
(พุกาม) ภาคกลางของเกาะชวา (จันทิเมนดุตและบุโรพุทโธ) (ภาพที่ 9.59, 9.61) รูปพระโพธิสัตว์ มี
รูปร่างสง่า เศียรได้รับการตกแต่งยิ่งขึ้น เกศาได้รับ การตกแต่งมาก ให้อิทธิพลต่อไชยาและปาเล็มบัง
(ภาพที่ 9.60)
ภาพสลักขนาดใหญ่เจริญอย่างมาก ที่สําคัญคือที่ถ้ําอชันตาและเอลโลร่า ประติมากรรมมี
ลักษณะได้สัดส่วนเสมอ กลุ่มภาพประกอบด้วยบุคคลตรงกลางที่มีขนาดใหญ่นั่งหันหน้าตรง ได้แก่
พระพุทธรูปประทับนั่งมีบริวารขนาดเล็กล้อมรอบที่ถ้ําการ์ลี พระพุทธรูปปางปรินิพพานขนาดใหญ่
ในถ้ําอชันตาหมายเลข 26 (ภาพที่ 9.58) และที่ถ้ํานาสิก
19 เชษฐ์ ติงสัญชลี : หน้า 26.
20
เชษฐ์ ติงสัญชลี : หน้า 26.
21
สุภัทรดิศ ดิศกุล : หน้า 150.
22 สุภัทรดิศ ดิศกุล : หน้า 150-151.

