Page 200 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 200

บทที, z: กําเนิดมนุษย์ปัจจุบัน                                                    193





                  พันธุกรรมน้อยที,สุด  ข้อค้นพบนีjอธิบายได้ว่าสายพันธุ์มนุษย์ค่อนข้างไม่อยู่ติดที,หรือมีการ
                  การอพยพเคลื,อนย้ายมากกว่าสิ,งมีชีวิตหรือสัตว์ในสายพันธุ์อื,น  จนทําให้ความแตกต่าง

                  ระหว่างประชากรในพืjนที,ต่างๆ ลดลง  หรือไม่ก็อธิบายได้ว่าความหลากหลายนีjอาจ
                  สะท้อนว่ามนุษย์มีกําเนิดเมื,อไม่นานมานีjเอง ซึ,งสนับสนุนทฤษฎี “การเข้ามาแทนที,”

                         นอกจากนีj การศึกษาทางพันธุกรรมยังช่วยค้นพบระดับความสัมพันธ์ทาง

                  พันธุกรรมของประชากรที,อาศัยอยู่ในสภาพพืjนที,ที,แตกต่างกัน เช่น จากการศึกษาของนัก
                  พันธุศาสตร์พบว่าสายพันธุ์มนุษย์ปัจจุบันมีอยู่ 2 กลุ่มที,มีไมโตคอนเดรีย ดีเอ็นเอคล้ายกัน

                  กลุ่มแรกประกอบด้วยประชากรที,มีสายบรรพบุรุษเป็นชาวแอฟริกัน  กลุ่มที,สอง
                  ประกอบด้วยประชากรที,มีสายบรรพบุรุษเป็นทัjงชาวแอฟริกันและไม่ใช่แอฟริกัน  ข้อ

                  ค้นพบนีjสนับสนุนทฤษฎี “การเข้ามาแทนที,”  แต่นักวิชาการบางท่านก็แย้งว่าการตีความ
                  ดังกล่าวมีความผิดพลาดในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยพบว่าข้อมูลบางชุดสนับสนุนทฤษฎี

                  “การเข้ามาแทนที,” แต่ข้อมูลบางชุดก็ไม่สนับสนุนทฤษฎีดังกล่าว (Jurmain et al.

                  2004:277-279)
                         ผลการวิเคราะห์หลักฐานทางพันธุกรรมค่อนข้างสนับสนุนทฤษฎี “การเข้ามา

                  แทนที,” กล่าวคือ นักวิชาการได้เก็บตัวอย่างไมโตคอนเดรีย ดีเอ็นเอ ของมนุษย์ปัจจุบัน
                  จากพืjนที,ต่างๆ ทั,วโลกจํานวน ´´p คน แล้วนํามาวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม

                  จากการศึกษาพบว่าประชากรโลกปัจจุบันทัjงหมดในโลกเคยมีบรรพบุรุษร่วมกันใน
                  แอฟริกาเมื,อประมาณ mus,sss – mqs,sss ปีมาแล้ว (Cann, Stoneking, and Wilson

                  1987; Stoneking 1993)  ซึ,งสอดคล้องกับหลักฐานซากบรรพชีวินของ โฮโม เซเปียนส์ ที,พบ

                  ในแอฟริกา
                         อย่างไรก็ตามนักวิชาการบางท่านไม่เห็นด้วยกับการศึกษาดังกล่าว และตีความ

                  ผลการวิเคราะห์ไปอีกทาง เช่น นักมานุษยวิทยากายภาพชาวอเมริกันคนหนึ,ง (Dr. John
                  Relethford) มองว่ากลุ่มประชากรชาวแอฟริกันเป็นประชากรกลุ่มใหญ่มากที,สุดในโลก

                  เมื,อประมาณ 100,000 ปีมาแล้ว การที,มีกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ย่อมมีความ

                  หลากหลายทางพันธุกรรมตามไปด้วยเนื,องจากการผันแปรของยีนไม่ค่อยมีผลกระทบต่อ
                  ความหลากหลายทางชีววิทยามากนัก  ดังนัjนข้อมูลทางพันธุกรรมจึงแทบไม่บอกอะไร

                  เกี,ยวกับทฤษฎี “การเข้ามาแทนที,” เลย  (Relethford 1995)
                         ความพยายามที,จะพิสูจน์กําเนิดของ โฮโม เซเปียนส์ ยังไม่หยุดอยู่แค่นัjน

                  นักชีววิทยาอีกกลุ่มหนึ,งได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอโบราณจากโครงกระดูกหรือซากบรรพชีวิน

                  ของ โฮโม นีแอนเดอร์ธัลเลนซิส (ใช้ตัวอย่างจากโครงกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ธัลที,พบใน
                  เยอรมนี รัสเซีย และโครเอเทีย) และ โฮโม เซเปียนส์ แล้วนํามาเปรียบเทียบเพื,อสืบย้อน

                  หาความสัมพันธ์กับมนุษย์ปัจจุบัน  ผลการศึกษาพบว่าลําดับโครงสร้างดีเอ็นเอของ
   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204   205