Page 2 - รายงานวิจัยร้านยาหมอหวาน
P. 2
คำนำ
ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ประกอบไปด้วย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่พักอาศัย และยารักษา
โรค ซึ่งในประเด็น “ยารักษาโรค” นั้นถือเป็นสิ่งที่มนุษย์มิสามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะ “โรคภัยไข้เจ็บ” สามารถ
เกิดขึ้นได้กับทุกคน หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคในประเทศไทยปรากฏขึ้นตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ราว
2,500-3,000 ปีมาแล้ว จากการพบกะโหลกของมนุษย์ถูกเจาะเป็นรูกลมบริเวณขมับด้านซ้าย ที่แหล่งโบราณคดี
บ้านธาตุ จังหวัดอุดรธานี มีข้อสันนิษฐานว่า เป็นวิธีการรักษาโดยการเจาะด้วยเครื่องมือบางประเภทเพื่อขับผีร้าย
ที่ก่อให้เกิดโรค อาทิ การปวดศีรษะข้างเดียว และ โรคลมบ้าหมู ให้หายไปจากผู้ป่วย หรือคาดว่าเกี่ยวข้องกับ
พิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น
พัฒนาการของการรักษาโรคมีต่อมาในอีกหลายช่วงสมัย เทคนิควิธีการรักษา และยารักษาโรคมีคุณสมบัติ
ที่สามารถรักษาโรคได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น มีหลักฐานการนำสมุนไพรมาผลิตยารักษาโรค และสืบทอดภูมิปัญญา
เหล่านั้นจากรุ่นสู่รุ่น แม้ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 แพทย์แผนตะวันตกเริ่มเข้ามาสู่สยาม และส่งผลกระทบต่อแพทย์
แผนไทยอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่แพทย์แผนไทยก็มีการพัฒนาจนสามารถยืนหยัดอยู่คู่กับแพทย์แผนตะวันตกได้
อย่างไม่มีปัญหา
ร้านยาบ้านหมอหวาน (บำรุงชาติสาสนายาไทย) ก่อตั้งขึ้นโดยนายหวาน รอดม่วง ซึ่งประกอบอาชีพเป็น
แพทย์แผนโบราณ ดำเนินการตรวจรักษาโรคและผลิตยาสมุนไพรเพื่อรักษาทั้งประชาชนทั่วไปและขุนนางในราช
สำนัก โดยมีตำรับยาเป็นของตัวเองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ ร้านยาบ้านหมอหวานยังคงผลิตยาในตำรับดั้งเดิม ภายใต้การดูแลของทายาทรุ่นที่ 4 ด้วยประวัติของร้านยา
บ้านหมอหวาน รวมไปถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมของร้านและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้ร้านยา
บ้านหมอหวานมีคุณสมบัติของการเป็นแหล่งเรียนรู้ครบถ้วน การนำแนวคิดการจัดการการเรียนรู้ในรูปแบบ
พิพิธภัณฑ์มาประยุกต์ใช้ในการวิจัยนี้ จึงส่งผลให้สถานที่แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของร้านขายยา
แผนไทยได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ผู้วิจัยขอขอบคุณ คุณภาสินี ญาโณทัย ที่อนุญาตให้เข้าเก็บข้อมูลภายในร้านยาบ้านหมอหวานและอำนวย
ความสะดวกตลอดระยะเวลาทำงานวิจัย นายภานุวัฒน์ อรุณรุ่ง นายจิตรภัทร ช่วยนุ่ม ผู้ช่วยสำรวจและเก็บข้อมูล
ขอขอบคุณคณาจารย์ในภาควิชาโบราณคดีที่ช่วยให้ข้อมูลและคำปรึกษาระหว่างทำงานวิจัย และท้ายที่สุด
ขอขอบคุณ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้สนับสนุนทุนวิจัยในครั้งนี้
ผุสดี รอดเจริญ
ข