Page 162 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 162
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นความส�าคัญของลักษณะภูมิประเทศ
ที่เป็นภูเขาและหุบเขาในภาคเหนือของประเทศไทย เนื่องจากเป็นแหล่งต้นน�้าล�าธารที่ส�าคัญ มีความอุดมสมบูรณ์
ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแร่ธาตุ ประกอบกับอากาศบนยอดดอยมีความเย็นเหมาะส�าหรับการปลูกพืชเมืองหนาว
ให้เป็นพืชเศรษฐกิจแทนการท�าไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่น ดังปรากฏโครงการพัฒนาในพระราชด�าริจ�านวนมากเพื่อ
พัฒนาพื้นที่การเกษตรและคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนที่สูง พระองค์ตระหนักถึงความส�าคัญของการ
พัฒนาพื้นที่ลุ่มน�้าที่ส�าคัญของภาคเหนือ เช่น ลุ่มน�้าปิง ลุ่มน�้าปาย ลุ่มน�้าลาง รวมทั้งทรงสนพระราชหฤทัยในการ
วิจัยพันธุ์ข้าวไร่ที่ปลูกบนพื้นที่สูง ซึ่งเป็นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
พื้นที่สูงอ�าเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือที่ชายแดนติดกับสาธารณรัฐ
สังคมนิยมสหภาพพม่า เป็นพื้นที่ทุรกันดารเนื่องจากมีภูมิประเทศแบบเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีความ
หลากหลายทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและชาติพันธุ์ ได้แก่ ม้ง ลาหู่ (มูเซอ) ลีซอ ปกาเกอะญอ ไทยใหญ่
ลัวะ อาชีพหลักในอดีตคือการท�าไร่เลื่อนลอย ล่าสัตว์ หาของป่า ปลูกฝิ่น การเข้าถึงหมู่บ้านเต็มไปด้วย
ความยากล�าบาก แม้กระทั่งในปัจจุบัน แต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ
บพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และพระเจ้าลูกเธอฯ ไม่
ได้ย่อท้ออุปสรรคเรื่องความล�าบากของการเดินทางไปยังภูมิประเทศภูเขาสูง ทรงเสด็จพระราชด�าเนิน
ไปเยี่ยมราษฎร เพื่อดูวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง ทรงมีพระราชด�าริที่จะ
ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตจากการปลูกฝิ่นเป็นการปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ ตลอดจนการฟื้นฟูดิน
และรักษาป่าต้นน�้าล�าธาร ทรงเสด็จพระราชด�าเนินไปที่อ�าเภอปางมะผ้า ตั้งแต่ยังเป็นต�าบลปางมะผ้า
จ�านวน ๓ ครั้ง อันแสดงให้เห็นถึงความส�าคัญของพื้นที่สูง คือครั้งที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ ที่หมู่บ้านแอโก๋
ต�าบลปางมะผ้า และครั้งที่ ๒ - ๓ ที่หมู่บ้านบ้านไร่ อ�าเภอปางมะผ้า (www.ohm.go.th)
การเสด็จพระราชด�าเนินครั้งที่ ๑ วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ พระบาทสมเด็จพระปรมิน
ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์บรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เสด็จ
พระราชด�าเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เสด็จพระราชด�าเนินไปยังหมู่บ้านแอโก๋
ต�าบลปางมะผ้า อ�าเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านมูเซอแดง มีชาวบ้านอาศัยอยู่ ๓๒ หลังคาเรือน
มีชาวบ้านในหมู่บ้านแอโก๋ และที่มาจากหมู่บ้าน แสนค�าลือกับหมู่บ้านใกล้เคียงรวมประมาณ ๑,๐๐๐ คน
ในการเสด็จพระราชด�าเนินครั้งแรก ยังไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง จึงถูกเรียกรวมกัน
ว่า “ชาวเขา” ทรงสนพระทัยเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์มูเซอแดงที่หมู่บ้านแสนค�าลือ โดยทรง
พบปะและสนทนากับพ่อเฒ่าแสนค�าลือภายในบ้านโดยไม่ถือพระองค์
การเสด็จพระราชด�าเนินครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน (เดิมคือ ศูนย์พัฒนาลุ่มน�้าลาง
(ปางมะผ้า)) จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ใน พ.ศ. ๒๕๒๓ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชด�าริให้กองทัพภาคที่ ๑ และ ๓ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัด
ตั้งโครงการพัฒนาลุ่มแม่น�้าลางตามพระราชด�าริ ในพ.ศ. ๒๕๒๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระ
นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�าเนิน
เยี่ยมโครงการฯ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๒๖ กองทัพภาคที่ ๓ ได้ส่งมอบโครงการฯ ให้กับจังหวัดแม่ฮ่องสอน
การเสด็จพระราชด�าเนินครั้งที่ ๓ ใน พ.ศ. ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�าเนินเยี่ยมโครงการฯ
อีกครั้งหนึ่ง ใน พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้จัดตั้งเป็นสถานีทดลองข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาวปางมะผ้า สถาบันวิจัยข้าว
กรมวิชาการเกษตร และในพ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตแม่ฮ่องสอน กรม
วิชาการเกษตร ในพ.ศ. ๒๕๔๙ ปรับภารกิจเปลี่ยนเป็น ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน ส�านักวิจัยและพัฒนาข้าว กรม
การข้าว (ที่มา: mhs-rrc.ricethailand.go.th2index.php2mabout เข้าถึงเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐)
การเสด็จลงพื้นที่บริเวณลุ่มน�้าลางถึง ๓ ครั้ง แสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นลักษณะพิเศษของภูมิประเทศแบบภูเขา และความส�าคัญของต้นน�้าที่เกิด
จากภูเขาหินปูนซึ่งมีถ�้าจ�านวนมาก จึงมีพระราชด�าริให้จัดท�าโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน�้าลาง และทรงเห็นความ
ส�าคัญพื้นที่ราบในหุบเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุ เหมาะส�าหรับทดลองเพาะปลูกพันธุข้าว ผลการ
วิจัยในเวลาต่อมาจากข้อมูลทางภูมิศาสตร์และธรณีวิทยาแสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่ลุ่มน�้าล่างบริเวณที่ตั้งของ
ศูนย์วิจัยข้าวในปัจจุบันเป็นหนึ่งในสองบริเวณภายในอ�าเภอปางมะผ้าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะส�าหรับ
การเพาะปลูก และการตั้งหมู่บ้าน ซึ่งปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนตั้งแต่สมัยก่อน
ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน
162 ๑๖๒

