Page 163 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 163
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
งานโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปางมะผ้า ใต้ร่มพระบารมี
จากการเสด็จพระราชด�าเนินเยี่ยมราษฎรในวันนั้นคือวันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ถึงปัจจุบัน พื้นที่สูงในอ�าเภอ
ปางมะผ้าได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าไปวิจัย ศึกษาและพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยกรมศิลปากร (๒๕๒๕,
๒๕๓๔; บวรเวท รุ่งรุจีและคณะ, ๒๕๒๙) มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (บริษัทจีออกราฟิค ดีไซน์, ๒๕๓๘)
ทั้งนักวิชาการชาวไทย (สิทธิพงษ์ ดิลกวณิชและคณะ ๒๕๔๓; รัศมี ชูทรงเดช และคณะ, ๒๕๔๖, ๒๕๔๙, ๒๕๕๐, ๒๕๕๙)
และต่างประเทศ (Gorman 1971; Grave 1995, 1996, 1997) แม้ว่าความสนพระทัยของพระองค์มุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตของราษฎรที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งในด้านศิลปวัฒนธรรม แต่ก็สะท้อนว่าพระองค์ได้เล็งเห็นความส�าคัญ
ของลักษณะภูมิประเทศแบบแบบพื้นที่สูง ว่ามีลักษณะเฉพาะที่แหล่งทรัพยากรที่ส�าคัญไม่ว่าจะเป็นแหล่งต้นน�้าล�าธาร ป่าไม้
สัตว์ป่า และแร่ธาตุ รวมทั้งทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้
โบราณคดีเป็นศาสตร์แห่งสหวิทยาการ
ในที่นี้ น�าเสนอเฉพาะโครงการวิจัยเรื่องโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่หนึ่งและ
สอง เป็นโครงการแบบสหวิทยาการที่เข้าไปวิจัยด้านโบราณคดีระหว่างพ.ศ. ๒๕๔๔ - ๒๕๔๙ ซึ่งเป็นเวลา ๓๖ ปีหลังจากที่
พระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชด�าเนินไป มี รศ. ดร. รัศมี ชูทรงเดช
อาจารย์ประจ�าภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดีเป็นหัวหน้าโครงการ เป็นผู้วิจัยด้านโบราณคดี ร่วมกับ ผศ. ดร. สุภาพร
นาคบัลลังก์ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ระยะที่หนึ่ง) นางสาวนัทธมน ภู่รีพัฒน์พงศ์ (ระยะที่สอง) เป็น
ผู้วิจัยด้านมานุษยวิทยากายภาพ (โครงกระดูกคน) ผศ. ดร. ทพญ. กนกนาฏ จินตกานนท์ เป็นผู้วิจัยด้านมานุษยวิทยา
กายภาพ (ฟัน) รศ. ดร. นาฏสุดา ภูมิจ�านงค์ จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้วิจัยด้าน
วงปีไม้และสิ่งแวดล้อม นางสาวอุดมลักษณ์ ฮุ่นตระกูล เป็นผู้วิจัยด้านชาติพันธุ์วิทยาโบราณคดี และนายเชิดศักดิ์ ตรีรยาภิวัฒน์
เป็นผู้วิจัยด้านข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
งานโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีลักษณะการท�างานแบบสหวิทยาการ
(Interdisciplinary) หมายถึงการใช้องค์ความรู้จากหลายศาสตร์ มาผสมผสานเชื่อมโยงกันในการศึกษาวิจัย และบูรณาการ
ความรู้จากศาสตร์หลักๆ อย่างกลมกลืนจนเกิดเป็นองค์ความรู้ หรือวิทยาการ หรือศาสตร์ใหม่ ตลอดจนเกิดการพัฒนา
ประยุกต์ใช้เครื่องมือจากศาสตร์ต่างๆ จนเกิดวิธีการหรือแนวทางในการศึกษาใหม่
โบราณคดี เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องของคน สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในอดีตผ่านวัตถุทางวัฒนธรรมที่คนสร้าง
ขึ้นในแต่ละช่วงเวลา โบราณคดีเป็นศาสตร์ที่คาบเกี่ยวกับศาสตร์อื่น ๆ ทั้งมนุษยศาสตร์ เช่นศิลปะ วรรณกรรม ปรัชญา
ประวัติศาสตร์ศิลปะ ฯลฯ สังคมศาสตร์ เช่น มานุษยวิทยา สังคมวิทยา ฯลฯ และวิทยาศาสตร์ เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
หรือโลกศาสตร์ อาจกล่าวได้ว่า “โบราณคดี เป็น สหวิทยาการ” ที่ต้องประยุกต์ใช้ความรู้จากหลายศาสตร์ เพื่อบูรณาการ
มาอธิบายสังคมและวัฒนธรรมในอดีต
บูรณาการศาสตร์
งานวิจัยเรื่องโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปางมะผ้าฯ เป็นพันธกิจหนึ่งของคณาจารย์ประจ�าภาควิชาโบราณคดี ที่ต้อง
แสวงหาข้อมูลแนวลึกเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิชาการ และน�าไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนด้านโบราณคดี
โครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นโครงการวิจัยสหวิทยาการที่บูรณาการศาสตร์
ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และเป็นงานวิจัยเชิงพื้นที่อ�าเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชื่อมโยงผลของงานวิจัยทางด้านโบราณคดี
มานุษยวิทยากายภาพ (โครงกระดูกและฟันคน) วงปีไม้ ชาติพันธุ์วิทยาโบราณคดี และข้อมูลสารสนเทศทางโบราณคดี เพื่อ
แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กันของศาสตร์ต่างๆ ลักษณะของการท�างานนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนที่ท�าไปควบคู่กัน คือ การ
ท�างานที่แยกส่วน และการท�างานในเชิงบูรณาการ ลักษณะดังกล่าวเป็นธรรมชาติของการท�างานวิจัยทางโบราณคดี ที่จ�าเป็น
จะต้องให้แต่ละศาสตร์ค้นคว้าวิจัยลงลึกในทฤษฎีและวิธีวิทยาของตนเองก่อน เพื่อให้ได้ผลการศึกษาวิจัยแล้วจึงน�ามาบูรณา
การต่อไป การท�างานมีโจทย์วิจัยหลักร่วมกันคือ ๑. เพื่อศึกษาเพื่อศึกษาเกี่ยวกับคน วัฒนธรรม และสังคมในอดีต อันจะท�าให้
เกิดความเข้าใจถึงพัฒนาการของสังคมและวัฒนธรรมของคนที่อยู่บนพื้นที่สูง ๒. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโบราณ
และ ๓. เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ของคนกับสิ่งแวดล้อมในอดีต
ส�าหรับเทคนิควิธีการวิเคราะห์เพื่อตอบปัญหาเรื่องวัฒนธรรมในอดีต ก็จะต้องวิเคราะห์จากหลักฐานทาง
โบราณคดีประเภทต่าง ๆ โดยมีเทคนิคได้แก่ การวิเคราะห์เครื่องมือหินกะเทาะด้วยวิธีการศึกษาตามขั้นตอนการ
ผลิต การวิเคราะห์รอยสึกโดยการทดลองเพื่อเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ภาชนะดินเผาด้วยวิธีการจัดรูปแบบและ
ศิลาวรรณนา การวิเคราะห์กระดูกและฟันสัตว์ การวิเคราะห์หอย การวิเคราะห์โลหะวิทยา การวิเคราะห์วงปีไม้
การวิเคราะห์หินและธรณีสัณฐาน และการประมวลผลด้วยวิธีสถิติ ส่วนการจัดล�าดับอายุสมัยก็ใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์
ได้แก่ การวิเคราะห์อายุสมัยด้วยวิธีเทอร์โมลูมิเนสเซนต์ และคาร์บอน ๑๔ ส่วนเทคนิคในการวิเคราะห์เพื่อตอบค�าถามเกี่ยว
กับเรื่องของสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การวิเคราะห์ละอองเรณู และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ส่วนเทคนิค
วิธีที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องของคน สุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บในอดีต ได้แก่การวิเคราะห์ฟันคน, การวิเคราะห์โครงกระดูกคน การ
วิเคราะห์เรื่องพยาธิสภาพ การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ และการศึกษาชาติพันธุ์วรรณนาทางโบราณคดีเพื่อเป็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ
163 ๑๖๓

