Page 166 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 166

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙



                                     พื้นที่วิจัย


                                     ก. ความรู้แนวลึก

                                     ๑. ชาติพันธุ์วิทยา : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง
                                       พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๒ มีการด�าเนินงานโบราณคดีบริเวณลุ่มแม่น�้าลางเป็นครั้งแรก โดยโครงการส�ารวจและจัดการระบบฐาน

                                     ข้อมูลถ�้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ (สิทธิพงศ์ ดิลกวณิช และคณะ, ๒๕๔๓) ต่อมาระหว่าง
                                     พ.ศ. ๒๕๔๖ - ๒๕๔๙ มีการด�าเนินการโบราณคดีบริเวณลุ่มแม่น�้าลาง ต่อเนื่องโดยโครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปาง
                                     มะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะที่หนึ่งและที่สอง (รัศมี ชูทรงเดช และคณะ, ๒๕๔๖, ๒๕๕๐) ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์
                                     มูเซอแดงที่หมู่บ้านแสนค�าลือและหมู่บ้านแอโก๋ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

                                     บรมนาถบพิตร ทรงเคยเสด็จไปเยี่ยมเยียนเพิ่มเติม ท�าให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตและประเพณีของกลุ่มชาติพันธุ์
                                     ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงอ�าเภอปางมะผ้าเพิ่มเติม
                                       หลักฐานทางประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์บอกเล่าได้กล่าวถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในอ�าเภอปางมะผ้าในระยะ
                                     แรกเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีมาแล้ว คือกลุ่มชาติพันธุ์ไทยใหญ่ (อารยะ ภูสาหัส และคณะ, ๒๕๔๖)  ซึ่งยังไม่สามารถจะยืนยัน

                                     ได้ว่าเป็นกลุ่มคนดั้งเดิมหรือเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งเคลื่อนย้ายมาจากรัฐฉาน หลังจากนั้นก็มีกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ย้ายเข้ามา ได้แก่
                                     กะเหรี่ยง มูเซอด�า มูเซอแดง และลีซอ (อุดมลักษณ์ ฮุ่นตระกูล, ๒๕๔๒) ต่อมาเมื่อหน่วยราชการเข้ามาตั้งในพื้นที่บริเวณนี้
                                     ก็มีคนเมืองจากภาคเหนือและภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไทยเข้ามาท�างาน รวมทั้งคนต่างชาติที่มาเที่ยวและแต่งงานกับคนใน
                                     พื้นที่ ภายหลังก็ตั้งรกรากอยู่ที่นี่เป็นการถาวร ดังนั้นช่วงระยะเวลานี้จึงพบว่ามีความหลากหลายของคนมากกว่าเดิม มีการ

                                     รับกระแสของวัฒนธรรมเมืองและตะวันตกมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมอย่างชัดเจน เช่น การแต่งกาย
                                     ภาษา
                                       ส่วนการตั้งถิ่นฐานในปัจจุบันมีการเลือกพื้นที่ในระบบนิเวศและภูมิประเทศที่มีความคล้ายคลึงกับอดีต  แต่อาจจะมีความ
                                     แตกต่างกันในเงื่อนไขของการด�ารงชีพและความเชื่อ


                                     ๒. มานุษยวิทยากายภาพและชีวภาพ : คนโบราณ

                                       การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างประชากรปัจจุบันกับอดีตจะช่วยสร้างความกระจ่างเกี่ยวกับคนที่อาศัยอยู่ในอ�าเภอปางมะผ้า
                                     โดยเฉพาะการเปรียบเทียบทางลักษณะกายภาพและชีวภาพ


                                     ลักษณะทางกายภาพและสุขภาพ

                                       ผลการวิจัยด้านมานุษยวิทยากายภาพ (โครงกระดูกคน) คือ ค้นพบโครงกระดูกอายุสามสมัยคือสมัย ไพลสโตซีนตอน
                                     ปลาย โฮโลซีนตอนต้น และโฮโลซีนตอนปลาย โดยเฉพาะสองสมัยแรกเป็นจุดเชื่อมต่อที่ขาดหาย (missing link) ไปของ

                                     วิวัฒนาการของมนุษย์ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (กนกนาฏ จินตกานนท์, ๒๕๕๐; นัทธมน ภู่รีพัฒน์พงศ์,
                                     ๒๕๕๐)
                                       สมัยไพลสโตซีนตอนปลาย คือโครงกระดูกคนปัจจุบัน (Homo sapiens sapiens) ที่เก่าที่สุดของภาคเหนือจ�านวนอย่าง
                                     น้อยที่สุด ๔ คน จากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ�้าลอด ก�าหนดอายุได้ ๒ โครง คือ โครงกระดูกหมายเลข ๑ (๑๒,๑๐๐±๖๐ BP)

                                     เป็นโครงกระดูกผู้ใหญ่ แต่ไม่สามารถบอกช่วงอายุที่แน่นอนได้ รวมทั้งไม่สามารถบอกเพศและส่วนสูงได้เช่นกัน เนื่องจากสภาพ
                                     กระดูกช�ารุดแตกหัก และพบไม่ครบทุกชิ้น และโครงกระดูกหมายเลข ๒ (๑๓,๖๔๐±๘๐ BP) เป็นโครงกระดูกเพศหญิง มีอายุ
                                     อยู่ในช่วง ๒๕ - ๓๕ ปี ส่วนสูงค�านวณได้ประมาณ ๑๕๒.๑๔±๔.๔๐๐๓ เซนติเมตร ในโครงนี้พบร่องรอยของโรคปริทนต์
                                     (periodontal disease) ที่ฟันกรามบนข้างขวาจ�านวน ๒ ซี่ เป็นโครงกระดูกที่อยู่ในสมัยไพลสโตซีนตอนปลายที่ร่วมสมัยกับ

                                     Homo Floresiensis ที่พบในเกาะ Flores ประเทศอินโดนีเซีย โครงกระดูกจากถ�้าลอดไม่พบความผิดปกติทางพยาธิสภาพใด ๆ
                                     นอกจากโรคปริทนต์ซึ่งพบในโครงกระดูกหมายเลข ๒
                                       สมัยโฮโลซีนตอนต้นพบโครงกระดูก ๑ โครงจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาบ้านไร่ ก�าหนดอายุได้ ๙,๗๒๐ ๕๐ ปีมาแล้ว เป็น
                                     เพศชาย อายุประมาณ ๔๕ - ๕๐ ปีขึ้นไป ค�านวณส่วนสูงได้ประมาณ ๑๕๖.๔๒±๕.๓๘๘ เซนติเมตร มีร่องรอย

                                     ของการเสื่อมสภาพตามข้อต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย และมีร่องรอยการบาดเจ็บหรือกระดูกอักเสบที่กะโหลกศีรษะด้วย
                                       ส่วนสมัยโฮโลซีนตอนปลาย ได้การจัดจ�าแนก และวิเคราะห์โครงกระดูกจากแหล่งโบราณคดีถ�้าโลงไม้ จ�านวน ๑๗ แหล่ง
                                     พบชิ้นส่วนกระดูกของบุคคลที่สามารถจัดจ�าแนกได้อย่างน้อยที่สุดจ�านวน ๖๓ คน เป็นผู้ใหญ่ ๔๖ คน และเด็ก ๑๗ คน
                                     พยาธิสภาพที่พบในกระดูกคนจากแหล่งโบราณคดีวัฒนธรรมโลงไม้ มีลักษณะร่องรอยของโรคหลากหลายกว่าที่พบในโครง

                                     กระดูกคนยุคไพลสโตซีนตอนปลายและโฮโลซีนตอนต้น โดยพบร่องรอยของโรคกระดูกอักเสบ และโรคที่อาจเกิดจากภาวะ
                                     ของความเครียด ซึ่งอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสภาวการณ์ทางสังคมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการ
                                     ด�ารงชีวิต นอกจากนี้ ยังพบว่ากระดูกคนในยุควัฒนธรรมโลงไม้มีร่องรอยการใช้แรงงาน หรือท�ากิจกรรมที่ต้องใช้อวัยวะส่วน
                                     แขนและมืออย่างหนักเป็นประจ�าสม�่าเสมอด้วย

                                       ส่วนการประยุกต์ใช้วิวัฒนาการเทคโนโลยีทางการแพทย์คือ CT Scanning มาช่วยในการทดลองสร้างแบบจ�าลองของ
                                     กะโหลกศีรษะ ซึ่งนับว่าเป็นเทคนิคที่ไม่เคยมีการท�ามาก่อนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้





                                                                                      166 ๑๖๖
   161   162   163   164   165   166   167   168   169   170   171