Page 220 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 220

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙


                    การวิจัยและการเรียนการสอนโบราณคดีสัตววิทยา
                  ของภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัย
                  ศิลปากร ได้เริ่มต้นขึ้นมาพร้อม ๆ กับการวิจัยในการ

                  ศึกษายุคก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ของ ศ.ดร.
                  สุรินทร์ ภู่ขจร โดยเฉพาะช่วงยุคหินเก่าตอนปลาย ที่
                  เรียกกันติดปากว่า “วัฒนธรรมฮัวบินเนียน” เป็นการ

                  บุกเบิกกระบวนการศึกษาแบบ “สหวิทยาการ” และ
                  “ชาติพันธุ์โบราณคดี” เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๐
                  เป็นต้นมา การจ�าแนกกระดูกสัตว์ที่พบในแหล่ง
                  โบราณคดีจึงมีความส�าคัญต่อการวิเคราะห์ตีความ น�า
                  มาอธิบายและเล่าเรื่องราวถึงผู้ที่ด�ารงชีวิตแบบหาของ

                  ป่าล่าสัตว์เมื่อราวประมาณมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ปีที่ผ่าน
                  มา สัตว์ที่พบในแหล่งโบราณคดีบอกได้ถึงความยาก
                  ง่ายของการล่าสัตว์ สัตว์ที่นิยมล่าหรือจับมาบริโภค

                  เชื่อมโยงไปถึงความคิดอันซับซ้อนของผู้คนในสมัยนั้น
                  ว่าได้มีการปรับตัว การเรียนรู้ การผลิตเครื่องมือเครื่อง
                  ใช้ และการวางแผน เพื่อการอยู่รอดในป่าที่มีทรัพยากร
                  ทั้งป่าไม้และสัตว์ป่าที่อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร ดังนั้น
                  การจ�าแนกกระดูกสัตว์ที่แหล่งโบราณคดีเพิงผาหมอ

                  เขียว อ�าเภอเมือง จังหวัดกระบี่ และเพิงผาซาไก อ�าเภอ
                  ปะเหลียน จังหวัดตรัง ท�าให้เกิดความตื่นตัว เพิ่มหัวข้อ    ผลจากการจ�าแนกและวิเคราะห์สัตว์เลื้อยคลาน    จากข้อมูลการค้นพบสัตว์ในแหล่งโบราณคดี
                  และประเด็นการวิจัยที่มากไปกว่าการจ�าแนกเพื่อบอก  ที่แหล่งโบราณคดีเพิงผาหมอเขียวอธิบายถึงการใช้  สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัย การใช้พื้นที่

                  ชนิดและประเภทของสัตว์ที่พบในแหล่งโบราณคดี       ประโยชน์จากสัตว์เลื้อยคลานเป็นจ�านวนมากของ      ส�าหรับการเกษตรกรรมของคนในปัจจุบัน ท�าให้เกิด
                    การก้าวขึ้นสู่ความเป็นมาตรฐานในโบราณคดี       มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์และสื่อไปถึงสัตว์เลื้อย  การสูญเสียมากมาย สัตว์ที่พบในแต่ละแหล่งโบราณคดี
                  สัตววิทยาของไทย ท�าให้ภาควิชาโบราณคดีผลิตทั้ง   คลานที่อาศัยในบริเวณนั้น ชิ้นส่วนกระดูกสัตว์จ�านวน  สะท้อนถึงจ�านวน ชนิด และความอุดมสมบูรณ์ของ
                  บุคลากร การเรียนการสอนในวิชาการวิเคราะห์กระดูก  มากกว่า ๗ พันชิ้นได้ถูกตรวจสอบ และน�าไปเทียบกับ  สัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ในแต่ละพื้นที่ เช่น ชิ้นส่วนกระดูก
                  สัตว์ และส่งเสริมให้นักศึกษาท�าผลงานอันเกี่ยวเนื่อง  ตัวอย่างที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แรด กระทิง กวางป่า สมัน ละอง-ละมั่ง เนื้อทราย

                  กับโบราณคดีสัตววิทยามาโดยตลอด ท�าให้การค้นพบ    และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แห่งองค์การพิพิธภัณฑ์  จากหลุมขุดค้นสมัยทวารวดีหลายแหล่งในภาคกลาง
                  ประเภทและชนิดของสัตว์ที่หลากหลายขึ้น ชัดเจนขึ้น   วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พบว่ามีสัตว์เลื้อยคลานถึง ๑๕   ภาคกลางในอดีตจึงมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์
                  อาทิเช่น กระดูกสัตว์ที่พบที่แหล่งโบราณคดีเพิงผาหมอ  ชนิด จาก ๓ อันดับ (Order) คือ อันดับเต่า-ตะพาบ   ไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า หรือการค้นพบเสือโคร่ง วัว

                  เขียว พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กวางป่า เก้ง ลิงป่า   (Order Testudines) ๑๐ ชนิด อันดับกิ้งก่า-งู (Order   ป่า หมูป่า กวางป่า สมัน ละอง-ละมั่ง เนื้อทราย เก้ง
                  ค่างป่า กระรอกหลายชนิด เป็นต้น สัตว์เลื้อยคลาน   Squamata) ๒ ชนิดและอันดับสุดท้ายคืออันดับจระเข้   สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอื่น ๆ เช่น อีเห็น ชะมด
                  เช่น งู แลน เต่า เป็นต้น สัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก   (Order Crocodylia) ท�าให้ทราบว่าสภาพแวดล้อมช่วง  พังพอน แมวป่า ฯลฯ ปลาและหอยหลายชนิด สะท้อน
                  เม่น อ้น เป็นต้น รวมไปถึง ปลาและนกบางชนิด ทั้งนี้  โฮโลซีนตอนต้นในภาคใต้ของไทย มีสภาพเป็นป่าดิบ  ภาพว่าในบริเวณอ�าเภอโนนสูง อดีตก็มีสภาพแวดล้อม
                  ได้ด�าเนินการรวบรวมข้อมูลรูปพรรณสัณฐานกระดูก    ชื้นอันอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน�้าที่ไหลตลอดทั้งปี ท�าให้  ที่แตกต่างไปจากปัจจุบันเป็นอันมาก ในอดีตเมื่อ

                  สัตว์จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ณ กรุงปารีส และ  มนุษย์สมัยนั้นมีวิถีชีวิตแบบพอเพียง กินสัตว์ที่อยู่อย่าง  ราว ๓,๗๐๐-๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว มีน�้าท่าอุดมสมบูรณ์
                  ข้อมูลการวัดขนาดเพื่อใช้เปรียบเทียบกับขนาดของ   มากมายในท้องถิ่นของตนเอง                        มีป่าเบญจพรรณ ป่าโปร่ง ป่าแดง หรือป่าเต็งรัง
                  สัตว์ปัจจุบัน                                                                                   ให้สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่

                                                                                                                     นอกจากการจ�าแนกจากรูปพรรณสัณฐานแล้วนั้น
                                                                                                                  การวัดขนาดจากกระดูกสัตว์ ท�าให้นักโบราณคดี
                                                                                                                  สัตววิทยาพิสูจน์ได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงขนาดของ

                                                                                                                  สัตว์เกิดขึ้นหรือไม่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผล
                                                                                                                  มาจากธรรมชาติ หรือมนุษย์ ดังนั้น ขนาดของสัตว์ที่
                                                                                                                  มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง อาจเชื่อได้ว่าเกิดจากการ

                                                                                                                  ปรับตัวของสัตว์ให้เข้ากับธรรมชาติ แต่ในหลายแหล่ง
                                                                                                                  โบราณคดีพบว่าขนาดของสัตว์มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อ
                                                                                                                  มีการน�าสัตว์ป่ามาเลี้ยง และกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยง
                                                                                                                  ในเวลาต่อมา สัตว์ที่พบความแตกต่างดังกล่าวอย่าง
                                                                                                                  ชัดเจน คือ หมูป่า และหมูบ้าน ที่แหล่งโบราณคดีบ้าน

                                                                                                                  เชียง ทั้ง ดร.ชาลล์ ไฮแอม และดร. อ�าพัน กิจงาม ได้
                                                                                                                  เก็บรวมรวมข้อมูลขนาดของกระดูกสัตว์เป็นจ�านวน
                                                                                                                  มากเพื่อน�าไปใช้เทียบกับกระดูกสัตว์ที่พบในหลุมขุด




                                                                                      220 ๒๒๐
   215   216   217   218   219   220   221   222   223   224   225