Page 219 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 219
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
“...เปลือกหอยเหล่านั้น
รู้หรือไม่ว่าเป็นเปลือกหอยทะเล หรือ หอยน�้าจืด...”
พระราชด�ารัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ หลุมขุดค้น
วัดโพธิ์ศรีใน แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง วันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ แสดงถึงความสนพระราชหฤทัยด้านโบราณคดีและ
ความรอบรู้ในศาสตร์ดังกล่าว หลังจากที่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ พระราชทานแนวพระราชด�ารัสขณะเสด็จพระราชด�าเนินทอด
พระเนตรแหล่งขุดค้นบ้านเชียง อ�าเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ส่งผลท�าให้นักโบราณคดีใส่ใจในการจ�าแนกหลักฐานประเภท
นิเวศวัตถุให้ชัดแจ้งขึ้น และได้พัฒนาทักษะการศึกษาด้านโบราณคดีสัตววิทยาในประเทศไทยในเวลาต่อมา
ในหลุมขุดค้น นักโบราณคดีพบนิเวศวัตถุที่เกิดจากการบริโภค การใช้งานในลักษณะอื่น ๆ เช่น ท�าเครื่องมือหรือ
เครื่องประดับ หรือมนุษย์น�ามาวางเป็นของอุทิศในหลุมฝังศพ นิเวศวัตถุเหล่านั้นมีทั้ง กระดูกสัตว์ ชิ้นส่วนของพืช เมล็ดพืช
และเปลือกหอย
นักโบราณคดีที่ให้ความชัดแจ้งถึงประเภทหรือชนิดของสัตว์ที่พบจากแหล่งโบราณคดี เรียกว่า “นักโบราณคดีสัตววิทยา”
มีลักษณะการท�างานคล้ายกับนักบรรพชีวิน เพียงแต่ว่า นักโบราณคดีสัตววิทยาสนใจศึกษากระดูกสัตว์และเปลือกหอยอย่าง
ลึกซึ้ง เฉพาะหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการใช้งานกระดูกสัตว์และเปลือกหอยที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของมนุษย์ในอดีต
เท่านั้น
การจ�าแนกจึงเป็นวิธีการเบื้องต้นส�าหรับการรู้ถึงประเภทและชนิดสัตว์ ให้ความกระจ่างและความชัดแจ้ง การจ�าแนกเกิด
มาจากประสบการณ์ คอลเลกชั่นกระดูกสัตว์ปัจจุบัน คู่มือและต�าราที่เกี่ยวข้อง
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงตรัสถามเกี่ยวกับเปลือกหอยพบ
ในหลุมขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงว่าเป็นเปลือกหอยของหอยทะเลหรือหอยน�้าจืดท�าให้เกิดจุดเริ่มต้นของการจ�าแนก
ประเภทกระดูกสัตว์และเปลือกหอยที่พบในหลุมขุดค้นทางโบราณคดีอย่างจริงจัง โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ เมื่อมีการวิจัยทาง
โบราณคดีที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ระหว่างกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยเพนชิลวาเนีย มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการ
จ�าแนกกระดูกสัตว์และพืชทางโบราณคดีมาด้วย คือ ดร.ชาลล์ ไฮแอม และ ดร. ดักลาส เยน ท�าให้มีนักโบราณสัตววิทยาชาวไทย
เกิดขึ้นในเวลาต่อมา คือ ดร. อ�าพัน กิจงาม และ ดร.รัชนี ทศรัตน์ ผลจากการจ�าแนกกระดูกสัตว์พบว่าในอดีตที่บ้านเชียง บ้านนาดี
และแหล่งโบราณคดีในวัฒนธรรมบ้านเชียง เมื่อประมาณ ๔,๐๐๐ ปีที่แล้ว มีจ�านวนชนิดของสัตว์ป่ามากกว่าในปัจจุบัน
ยกตัวอย่างเช่น วัวป่า ควายป่า กวางป่า ละอง-ละมั่ง เก้ง หมูป่า สัตว์กินเนื้อขนาดเล็ก ปลาหลากหลายชนิด และที่
แหล่งโบราณคดีโคกพนมดี คนสมัยหินใหม่บริโภคปลาน�้าจืดหลายชนิด เช่น ปลาช่อน ปลาหมอ ปลาดุก ปลาในวงศ์ปลา
กด เป็นต้น สัตว์ประเภทกบเขียด มีการจับสัตว์ป่า เช่น วัวป่า หมูป่า กวางป่า ละอง-ละมั่ง เก้ง สุนัข นอกจากนี้ ดร.ชาลล์
ไฮแอม และคณะ ได้จ�าแนกกระดูกสัตว์ประเภทวัว-ควาย และสุนัข ยืนยันว่ามีการเลี้ยงสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ โดยการศึกษา
เปรียบเทียบลักษณะรูปพรรณ และการวัดขนาดกระดูกสัตว์ชิ้นที่สมบูรณ์ พบว่าสุนัขเลี้ยงน่าจะสืบเชื้อสายมาจาก สุนัขป่า
(wolf) แต่ไม่ใช่หมาใน หรือ หมาจิ้งจอก ซึ่งเป็นสุนัขป่าที่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน
219 ๒๑๙

