Page 163 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 163
กำรค้นพบสินค้ำจำกอินเดียประเภทลูกปัดหิน (หินโอนิกซ์ หิน
คำร์เนเลียน และหินอำเกต) ทั้งแบบเรียบและแบบที่ตกแต่งโดยกำรสกัดผิว
แล้วฝังสี (ลูกปัดลำย) ในแหล่งโบรำณคดีสมัยก่อนประวัติศำสตร์ตอนปลำย
(ยุคโลหะ) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่วนใหญ่มีอำยุอยู่ในช่วง ๓๐๐ – ๕๐
ปีก่อน ค.ศ. (พุทธศตวรรษที่ ๓ – ๕) หรือบำงแห่งอำจถึง ค.ศ. ๑๐๐ นั้นเป็น
หลักฐำนยืนยันได้ว่ำมีกำรติดต่อค้ำขำยระหว่ำงชำวอินเดียและประชำกรใน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงนี้ ซึ่งตรงกับช่วงสมัยยุคเหล็กตอนปลำยของ
อินเดีย คือสมัยที่รำชวงศ์โมริยะปกครองอินเดียภำคเหนือ(พุทธศตวรรษที่ ๓
– ๔) และมีกำรเสริมสร้ำงเศรษฐกิจของประเทศโดยสนับสนุนให้มีกำรติดต่อ
ค้ำขำยกับต่ำงชำติ โดยตั้งเมืองตักษิลำ (ภำคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย
บริเวณชำยแดนอินเดีย – ปำกีสถำน) เป็นเมืองอุปรำชและเป็นศูนย์กลำงกำร
ติดต่อค้ำขำยกับกลุ่มประเทศค้ำขำยกับกลุ่มประเทศทั้งทำงตะวันตกและ
ตะวันออก นอกจำกเมืองตักษิลำก็มีเมืองศูรปำรกะและภรุกัจฉะ (บำริกำชำ)
ส่วนด้ำนตะวันออกของอำณำจักรได้ตั้งเมืองตำมรลิปติ (ตัมลุก) บริเวณปำก
แม่น ้ำคงคำให้เป็นเมืองท่ำส ำคัญเพื่อติดต่อค้ำขำยกับประชำกรในดินแดน
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สินค้ำที่ส่งออกไปขำยในช่วงนั้นคงมีหลำยอย่ำงดังได้กล่ำวมำแล้ว
ซึ่งคงจะสลำยตัวไปตำมกำลเวลำ จึงเหลือแต่หลักฐำนด้ำนลูกปัดที่กระจำยตัว
อยู่ตำมแหล่งโบรำณคดีที่เคยติดต่อค้ำขำยกับอินเดียในช่วงนั้น นั่นคือ
แหล่งโบรำณคดีตวงถำแมน ในประเทศพม่ำ ในประเทศไทยพบทั้งใน
ภำคกลำง (ริมแควน้อยบ้ำนเก่ำ ถ ้ำองบะ ดอนตำเพชร ศูนย์กำรทหำรปืนใหญ่
ท่ำแค โคกระกำ) ในภำคตะวันออกเฉียงเหนือ (บ้ำนเชียง บ้ำนนำดี บ้ำน
โนนเมือง บ้ำนธำรปรำสำท บ้ำนโตนด) และภำคใต้ (เขำสำมแก้ว
ควนลูกปัด) ในประเทศลำว (บ้ำนอ่ำง บ้ำนโชด บ้ำนเสือ) ในประเทศกัมพูชำ
(ส ำโรงเสน) ในประเทศเวียดนำม (แหล่งโบรำณคดีไดลำญในวัฒนธรรม
ซำหวิ่น) ในประเทศมำเลเซีย (ถ ้ำนีอำห์) ในประเทศอินโดนีเซีย (เกำะสุมำตรำ
[๑๕๒]

