Page 182 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 182

คติศาสนาและความเชื่อ กล่ำวได้ว่ำประชำกรชำวทวำรวดีเป็น
               พุทธมำมกะที่เคร่งครัดมำก ดังปรำกฏหลักฐำนด้ำนศิลปกรรมเนื่องใน
               พุทธศำสนำที่กระจำยตัวอยู่หนำแน่น ทั้งในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลำงของรัฐ
               ทวำรวดี (บริเวณภำคกลำงตอนล่ำงของประเทศไทย) และพื้นที่ที่วัฒนธรรม
               ทวำรวดีแผ่ไปถึงโดยประชำกรชำวทวำรวดีได้รับวัฒนธรรมทำงพุทธศำสนำ
               (ทั้งนิกำยเถรวำทและนิกำยมหำยำน) จำกศูนย์กลำงพุทธศำสนำที่
               เจริญรุ่งเรืองอยู่ในภูมิภำคต่ำงๆ ของประเทศอินเดียเข้ำมำผสมผสำนกับคติ
               ควำมเชื่อของชำวพื้นเมืองและหล่อหลอมกันจนเป็นรูปแบบเฉพำะของชุมชน
                       อย่ำงไรก็ตำมได้พบหลักฐำนว่ำประชำกรในรัฐทวำรวดีส่วนหนึ่งได้
               นับถือศำสนำพรำหมณ์ (ทั้งไศวนิกำยและไวษณพนิกำย) ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่

               คงเป็นชุมชนพรำหมณ์ที่มีทั้งพ่อค้ำและนักบวช ที่เดินทำงเข้ำมำค้ำขำยและตั้ง
               ถิ่นฐำนในบริเวณภำคใต้ (ในเขตจังหวัดสุรำษฎร์ธำนีและนครศรีธรรมรำช)
               และในบริเวณภำคกลำงตอนล่ำงของประเทศไทย เป็นต้นว่ำที่เมืองโบรำณ
               อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ดังได้พบทั้งประติมำกรรมรูปพระวิษณุ (ไวษณพ
               นิกำย) และประติมำกรรมรูปศิวลึงค์ (ไศวนิกำย) เป็นจ ำนวนมำก
                       ส ำหรับค ำถำมที่ว่ำพุทธศำสนำได้เริ่มเข้ำมำประดิษฐำนในบริเวณ
               ภำคกลำงตอนล่ำงของประเทศไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้ำดูจำกหลักฐำน
               ประติมำกรรมจะพบว่ำหลักฐำนเก่ำแก่ที่สุดที่แสดงว่ำพุทธศำสนำได้เป็น
               ที่ยอมรับนับถือของประชำกรชำวทวำรวดีนั้นเริ่มปรำกฏในช่วงพุทธศตวรรษที่
               ๘ หรือก่อนหน้ำนั้น นั่นคือหลักฐำนด้ำนประติมำกรรมดินเผำและปูนปั้นที่ใช้
               ประดับศำสนสถำนประเภทสถูปและวิหำรในเมืองอู่ทอง ซึ่งมีหลำยชิ้นที่
               สืบทอดรูปแบบมำจำกศิลปะอมรำวดีตอนปลำย (พุทธศตวรรษที่ ๘ – ๑๐)









                                         [๑๗๑]
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187