Page 185 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 185
นิกำยมหำยำน) ซึ่งปรำกฏให้เห็นควำมหลำกหลำยของรูปแบบสถูปวิหำร และ
คติกำรสร้ำงพุทธสถำนที่เมืองอมรำวดีและเมืองนำคำรชุนโกณฑะ บำงนิกำย
นิยมสร้ำงมหำเจดีย์ บำงนิกำยนิยมสร้ำงแต่เจติยสถำน บำงนิกำยไม่นิยม
แม้แต่เจติยสถำน บำงนิกำยเริ่มสร้ำงพระพุทธรูปแบบอินเดียภำคเหนือ จึงมี
ทั้งกำรสร้ำงสัญลักษณ์แทนภำพเหตุกำรณ์ส ำคัญในพุทธประวัติไปพร้อมๆ กับ
กำรสร้ำงพระพุทธรูป และในช่วงปลำยคริสต์ศตวรรษที่ ๒ (พุทธศตวรรษที่ ๘)
นิกำยต่ำงๆ ที่เริ่มต้นด้วยกำรต่อต้ำนกำรสร้ำงพระพุทธรูปก็ต้องยอมตำมกัน
ไปหมด จึงมีกำรสร้ำงพระพุทธรูปขึ้นในเมืองอมรำวดีและเมืองนำคำรชุน
โกณฑะ และตั้งแต่ช่วงปลำยพุทธศตวรรษที่ ๘ เป็นต้นไปจนถึงพุทธศตวรรษ
ที่ ๑๒ เมืองอมรำวดีและเมืองนำคำรชุนโกณฑะได้กลำยเป็นศูนย์กลำงส ำคัญ
และเป็นศูนย์รวมของพระสงฆ์จำกต่ำงแดนที่มำจำกภูมิภำคต่ำงๆ ทั้งใน
ประเทศอินเดียเองและจำกลังกำ
ดังนั้นเมื่อพุทธศำสนำจำกศูนย์กลำงพุทธศำสนำในลุ่มแม่น ้ำ
กฤษณำ – โคทำวรีแผ่เข้ำมำยังดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงสมัย
อินโด – โรมันของอินเดียนั้น พุทธศำสนำนิกำยต่ำงๆ ทั้งนิกำยเถรวำทจำก
ลังกำ นิกำยมหิศำสกะซึ่งแยกออกมำจำกนิกำยเถรวำท และนิกำยต่ำงๆ ที่
แยกออกมำจำกนิกำยมหำสังฆิกะ เช่น นิกำยไจตยกะ นิกำยพหุศรูติยะ และ
นิกำยอประมหำวินะ – เสลียะ จึงได้น ำแนวคิดและคติควำมเชื่อในนิกำยของ
ตนเข้ำมำปลูกฝังให้ชำวพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดังได้พบว่ำ
ประชำกรชำวทวำรวดีนิยมสร้ำงทั้งสัญลักษณ์แทนองค์พระพุทธเจ้ำคือ
ธรรมจักรขนำดใหญ่อยู่บนยอดเสำที่พบที่เมืองอู่ทอง ในขณะเดียวกันก็นิยม
สร้ำงพระพุทธรูปไว้บูชำ รวมทั้งคติกำรสร้ำงมหำเจดีย์และกำรบูชำเจดีย์ว่ำ
เป็นบ่อเกิดแห่งบุญกุศล
นอกจำกนี้ยังได้พบหลักฐำนว่ำอิทธิพลพุทธศำสนำนิกำยมหำยำน
ในภำคเหนือและภำคตะวันตกของอินเดียที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ภำยใต้กำรอุปถัมภ์
ของกษัตริย์รำชวงศ์คุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๙ – ๑๑) และหลังคุปตะ (พุทธ
ศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๕) ในสมัยรำชวงศ์กษัตรปะและรำชวงศ์ไมตรกะได้เข้ำมำมี
[๑๗๔]

