Page 188 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 188

คติควำมเชื่อของชำวพุทธในอินเดียในช่วงเวลำดังกล่ำวได้ให้
               อิทธิพลต่อชำวพุทธในลุ่มแม่น ้ำเจ้ำพระยำตอนล่ำงในช่วงสมัยทวำรวดีอย่ำง
               เด่นชัด ดังปรำกฏให้เห็นในหลักฐำนด้ำนจำรึกซึ่งจะพบในบริเวณภำคกลำง
               ตอนล่ำงของประเทศไทยในช่วงสมัยวัฒนธรรมทวำรวดีเจริญรุ่งเรืองอยู่ (เป็น
               จำรึกที่ใช้รูปอักษรปัลลวะและใช้ภำษำบำลี) โดยจำรึกไว้บนพระธรรมจักร
               (บนฐำนรองรับเสำ) บนเสำรองรับธรรมจักร และบนส่วนต่ำงๆ ของธรรมจักร
               บนฐำนพระพุทธรูป บนพระพิมพ์ บนสถูปจ ำลอง บนแท่งหิน บนแผ่นอิฐ และ
               บนผนังถ ้ำ จำรึกดังกล่ำวจะพบหนำแน่นมำกในเขตจังหวัดนครปฐม
               สุพรรณบุรี และลพบุรี ข้อควำมในจำรึกส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นคำถำเย
               ธ มมำ (หัวใจของพระพุทธศำสนำ) และข้อควำมเกี่ยวกับหลักธรรมค ำสอน
               ที่คัดออกมำจำกพระไตรปิฎกฉบับภำษำบำลี ทั้งในพระสุตตันตปิฎก
               (ปฏิจจสมุปบำทสูตรและพระธรรมบท) และในวินัยปิฎก (มหำวรรค)
                       ได้พบหลักฐำนว่ำสถูปหรือเจดีย์สมัยทวำรวดีหลำยแบบสืบต่อ

               รูปแบบและคติกำรสร้ำงมำจำกสถูปเจดีย์สมัยคุปตะและหลังคุปตะ ซึ่งยังคง
               สภำพให้เห็นในภูมิภำคต่ำงๆ  ของอินเดียเป็นต้นว่ำมหำสถูปบรรจุพระ
               สำรีริกธำตุที่เมืองเดฟนิโมริในแคว้นคุชรำต (ภำคตะวันตก) ที่สร้ำงขึ้นภำยใต้
               กำรอุปถัมภ์ของกษัตริย์รำชวงศ์กษัตรปะ (ชำวศกะ) สืบต่อโดยรำชวงศ์
               ไมตรกะแห่งอำณำจักรวัลภีซึ่งเป็นศูนย์กลำงพุทธศำสนำนิกำยสำมมิตียะ
               (แตกออกมำจำกนิกำยเถรวำท) ที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ทำงภำคตะวันตกของอินเดีย
               ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๐ – ๑๓
                       มหำสถูปที่เมืองเดฟนิรินี้น่ำจะเป็นต้นแบบของสถูปบำงแบบ (สถูป
               ทรงกลมบนฐำนสี่เหลี่ยมจัตุรัส) ที่ปรำกฏอยู่ในเมืองโบรำณสมัยทวำรวดี
               ส่วนควำมนิยมในกำรสร้ำงสถูปบนฐำนสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๒ ชั้นลดหลั่นกันหรือชั้น
               เดียว โดยมีบันไดด้ำนหนึ่งด้ำนใด (ส่วนใหญ่จะเป็นด้ำนตะวันออก) ที่ปรำกฏ
               ในภูมิภำคต่ำงๆ ของอินเดีย ในช่วงสมัยคุปตะถึงหลังคุปตะ (พุทธศตวรรษที่
               ๙ – ๑๓) ได้ส่งอิทธิพลมำยังรัฐทวำรวดีด้วย และภำยในช่องหรือซุ้มดังกล่ำว
               ประดับด้วยแผ่นดินเผำเป็นภำพนูนต ่ำรูปพระพุทธประทับนั่งปำงสมำธิ (แบบ




                                         [๑๗๗]
   183   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193