Page 184 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 184

ส่วนในบริเวณเมืองท่ำโบรำณร่วมสมัยแห่งอื่นๆ ในเอเชียตะวันออก
               เฉียงใต้ เช่นที่ออกแก้วในเวียดนำมตอนใต้ แม้ว่ำจะมีร่องรอยกำรติดต่อ
               ค้ำขำยกับอินเดียอย่ำงเด่นชัดโดยเฉพำะในสมัยอินโด – โรมัน (พุทธศตวรรษ
               ที่ ๕ – ๙) แต่พุทธศำสนำไม่ได้เจริญรุ่งเรืองที่เมืองท่ำแห่งนี้ หำกแต่ศำสนำ
               พรำหมณ์ (ไวษณพนิกำย) ได้รับควำมนิยมมำกกว่ำ
                       แม้แต่ในประเทศพม่ำซึ่งได้อ้ำงไว้ในศำสนวงศ์และพงศำวดำรเมือง
               สะเทิมว่ำสุวรรณภูมิที่พระเจ้ำอโศกมหำรำชส่งสมณทูตมำเผยแพร่
               พระพุทธศำสนำในช่วงศตวรรษที่ ๓ นั้นคือเมืองสะเทิม (Thaton) หรือเมือง
               สุธัมมวดี (Sudhammavati) เมืองหลวงและเมืองหน้ำด่ำนของมอญ ซึ่งตั้งอยู่
               ทำงฝั่งตะวันออกของแม่น ้ำอิรวดีตอนล่ำง แต่ในบริเวณเมืองสะเทิมหรือใน
               พื้นที่ส่วนอื่นๆ ในประเทศพม่ำยังไม่เคยพบหลักฐำนทำงด้ำนศิลปกรรม
               เนื่องในพุทธศำสนำที่มีอำยุอยู่ร่วมสมัยกับช่วงสมัยที่พระเจ้ำอโศกมหำรำชส่ง
               สมณทูตมำเผยแผ่พุทธศำสนำยังดินแดงสุวรรณภูมิเลย

                       ส่วนที่เมืองไบก์ถโน (เมืองโบรำณของชำวปยูในพม่ำตอนกลำง) นั้น
               แม้จะได้พบหลักฐำนว่ำอิทธิพลพุทธศำสนำจำกศูนย์กลำงพุทธศำสนำไป
               บริเวณลุ่มแม่น ้ำกฤษณำ (พุทธศตวรรษที่ ๘ – ๑๐) ได้แผ่เข้ำมำยังเมืองนี้ด้วย
               แต่ดูเหมือนว่ำศำสนำพรำหมณ์ (ไวษณพนิกำย) จะมีอิทธิพลมำกกว่ำ
               ดังปรำกฏหลักฐำนเด่นชัดในกำรตั้งชื่อเมือง เพรำะค ำว่ำ “ไบก์ถโน” แปลว่ำ
               “เมืองพระวิษณุ” แสดงว่ำเมืองไบก์ถโนได้กลำยเป็นศูนย์กลำงศำสนำ
               พรำหมณ์ตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑ เป็นต้นไป
                       ส ำหรับเมืองอู่ทองนั้นพุทธศำสนำได้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อมำและ
               กลำยเป็นศูนย์กลำงพุทธศำสนำรุ่นแรกของรัฐทวำรวดี ซึ่งรับอิทธิพล
               พุทธศำสนำจำกศูนย์กลำงพุทธศำสนำที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น ้ำ
               กฤษณำ – โคทำวรี (ภำคตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดีย) อย่ำงไรก็ตำมได้
               พบว่ำพุทธศำสนำในลุ่มแม่น ้ำกฤษณำ – โคทำวรี นั้นมีกำรผสมผสำนกัน
               ระหว่ำงคติควำมเชื่อของนิกำยต่ำงๆ ที่แตกแยกออกมำจำกนิกำยเดิม
               (เถรวำท) และที่แตกแยกออกมำจำกนิกำยมหำสังฆิกะ (ต่อมำพัฒนำเป็น




                                         [๑๗๓]
   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188   189