Page 258 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 258

แนวทางโดยทั่วไปในการศึกษาปราสาทเขมรของนัก
               โบราณคดี
                       ๑. นักโบรำณคดีจะต้องศึกษำรูปแบบทำงศิลปะสถำปัตยกรรม และ
               ประติมำกรรมที่พบอยู่ที่ปรำสำทเขมรแห่งนั้น เพื่อก ำหนดอำยุตัวปรำสำท
               ดังนั้นนักโบรำณคดีต้องมีควำมรู้ด้ำนประวัติศำสตร์ศิลปะเขมรเป็นอย่ำงดี
                       ๒. นักโบรำณคดีต้องศึกษำเรื่องรำวของภำพสลักเล่ำเรื่องที่ประดับ
               อยู่ตำมสถำปัตยกรรมรวมทั้งประติมำกรรมรูปเคำรพที่พบอยู่ที่โบรำณสถำน
               แห่งนั้น เพื่อหำเรื่องรำวเกี่ยวกับกำรนับถือศำสนำและคติควำมเชื่อที่เกี่ยวข้อง

               กับปรำสำทหินแห่งนั้นๆ ดังนั้นนักโบรำณคดีต้องมีควำมรู้ในเรื่องประติมำณ
               วิทยำในศำสนำพรำหมณ์และศำสนำพุทธที่เจริญขึ้นในอินเดียและใน
               รำชอำณำจักรกัมพูชำเป็นอย่ำงดี
                       ๓. นักโบรำณคดีต้องตรวจสอบว่ำมีกำรค้นพบจำรึกที่โบรำณสถำน
               แห่งนั้นๆ หรือไม่ ถ้ำพบต้องตรวจสอบว่ำจำรึกหลักนั้นๆ มีกำรอ่ำนและแปล
               ได้ควำมว่ำอย่ำงไร เพรำะจำรึกอำจจะให้ควำมรู้เกี่ยวกับศำสนำและประวัติ
               ควำมเป็นมำที่เกี่ยวกับปรำสำทหินแห่งนั้นๆ รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกำร
               ก่อสร้ำงด้วย
                       ๔. นักโบรำณคดีต้องส ำรวจพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่ที่ตั้ง
               ปรำสำทหินว่ำมีร่องรอยหลักฐำนเกี่ยวกับกำรจัดกำรแหล่งน ้ำและชุมชน
               โบรำณที่มีอำยุร่วมสมัยกับตัวปรำสำทหินอยู่บริเวณใด และศึกษำค้นคว้ำว่ำ
               ร่องรอยหลักฐำนที่พบนั้นๆ  มีควำมสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับปรำสำทหินแห่งนั้นๆ
               อย่ำงไรบ้ำง

                       ประติมากรรมหรือศิลปะโบราณวัตถุแบบเขมรที่พบในประเทศ
               ไทย  แบ่งออกเป็น
                       - ประติมำกรรมหรือศิลปะโบรำณวัตถุเนื่องในศำสนำ
                       - ประติมำกรรมหรือศิลปะโบรำณวัตถุที่ใช้ในชีวิตประจ ำวัน





                                         [๒๔๗]
   253   254   255   256   257   258   259   260   261   262   263