Page 356 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 356
ครองรำชย์ของพระมหำธรรมรำชำที่ ๒ สุโขทัยกลับมำเป็นอิสระอีกหรือไม่
ทั้งนี้เนื่องจำกต ำนำนพื้นเมืองของเชียงใหม่ได้กล่ำวว่ำ ปี พ.ศ. ๑๙๓๓ กษัตริย์
สุโขทัยขอมำเป็นไมตรีกับเชียงใหม่ ขอกองทัพเชียงใหม่ไปป้องกันเมือง
อ้ำงว่ำผิดใจกับกษัตริย์อยุธยำ แต่เมื่อกองทัพเชียงใหม่ยกไปช่วยทำงสุโขทัย
กลับเปลี่ยนใจน ำก ำลังเข้ำโจมตีกองทัพเชียงใหม่จนพ่ำยแพ้ ถ้ำเหตุกำรณ์นี้
เกิดขึ้นจริงก็เสมือนว่ำสุโขทัยร่วมมือกับอยุธยำหลอกลวงกองทัพ
เมืองเชียงใหม่มำท ำลำย กำรที่เชียงใหม่ยอมช่วยเหลือก็คงเป็นเพรำะมี
สัมพันธไมตรีที่ดีต่อสุโขทัยนั่นเอง
พระยำไสลือไทยยกกองทัพไปตีเมืองในอำณำจักรล้ำนนำ เมื่อปี
พ.ศ. ๑๙๕๔ โดยท้ำวยี่กุมกำม เจ้ำเมืองเชียงรำย ซึ่งผิดหวังในกำร
สืบรำชสมบัติอำณำจักรล้ำนนำ หนีมำพึ่งอำณำจักรสุโขทัยแล้วน ำกองทัพ
สุโขทัยไปตีเมืองพะเยำ แต่ไม่ส ำเร็จ กองทัพยกต่อไปเมืองเชียงรำย เมืองฝำง
ไม่ปรำกฏหลักฐำนว่ำมีกำรสู้รบกับสองเมือง อำจไม่มีกำรสู้รบกันเลยก็ได้ ทั้งนี้
เพรำะท้ำวยี่กุมกำมเคยเป็นเจ้ำเมืองเชียงรำยมำก่อน จำกนั้นจึงยกทัพเข้ำล้อม
เมืองเชียงใหม่ แต่ไม่อำจตีเมืองได้ต้องถอยทัพ พร้อมกับน ำครอบครัวชำว
เชียงรำยไปไว้ที่สุโขทัยด้วย
ทำงอำณำจักรอยุธยำ เมื่อสมเด็จพระอินทรำชำจำกสุพรรณบุรีเสด็จ
ขึ้นครองรำชย์ได้ทรงยกกองทัพมำปรำบสุโขทัย จนกระทั่งพระยำไสลือไทย
ต้องย้ำยที่ประทับไปอยู่เมืองพิษณุโลก จนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. ๑๙๖๒
พระมหาธรรมราชาที่ ๔ (พระสุริยวงศ์บรมปำลมหำธรรมรำชำธิรำช)
พระยำไสลือไทยสิ้นพระชนม์ก่อให้เกิดจลำจลแย่งรำชสมบัติระหว่ำง
โอรสทั้ง ๒ พระองค์ คือ พระยำบำลและพระยำรำม สำเหตุนี้ท ำให้สมเด็จ
พระอินทรำชำต้องทรงยกกองทัพขึ้นมำจัดกำรกำรปกครองจนเรียบร้อย
โดยแบ่งอำณำจักรสุโขทัยซึ่งเหลือพื้นที่น้อยอยู่แล้ว เป็น ๔ ส่วนคือ
[๓๔๕]

