Page 44 - โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ฉบับคู่มือครูสังคมศึกษา
P. 44
เรียงล ำดับก่อนหลังกันไปตำมเวลำ ดังนั้นกำรทับถมทับซ้อนกันที่เกิดจำกกำร
กระท ำของมนุษย์โดยมิได้ตั้งใจนั้นจึงเป็นหลักฐำนที่ช่วยบอกเรื่องรำวล ำดับ
เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ที่เคยครอบครองเนินดินนั้นได้เป็นอย่ำงดี
แต่ต้องอำศัยวิธีกำรศึกษำโดยกระบวนกำรขุดค้นทำงโบรำณคดี
นักโบรำณคดีจะมองเห็นชั้นดินที่เกิดจำกกำรทับถมทีละเล็กทีละ
น้อยได้อย่ำงชัดเจนจำกผนังหลุมขุดค้น ในชั้นดินที่เคยมีมนุษย์อำศัยอยู่นั้น
นอกจำกจะมีเศษสิ่งของเครื่องใช้ต่ำงๆ รวมทั้งเศษกระดูกสัตว์ และเมล็ดพืช
กระจัดกระจำยอยู่ทั่วไปแล้ว เรำยังสังเกตเห็นได้อย่ำงชัดเจนอีกว่ำ ชั้นดินที่
มนุษย์เคยอำศัยอยู่นั้นจะมักมีสีด ำหรือสีคล ้ำกว่ำสีของชั้นดินธรรมชำติที่ไม่เคย
เกี่ยวข้องกับกำรอยู่อำศัยของมนุษย์เลย เพรำะเศษสิ่งของเครื่องใช้และเศษ
อำหำรที่เป็นซำกสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์ทิ้งไว้ได้เน่ำเปื่อยและย่อยสลำยลงในดิน
ท ำให้แร่ธำตุที่ผสมอยู่ในดินเปลี่ยนแปลงไป กำรศึกษำกำรทับซ้อนของชั้นดิน
จะช่วยให้เรียงล ำดับเหตุกำรณ์ในอดีตได้ดี ชั้นดินที่มีร่องรอยกำรอยู่อำศัย
ล่ำงสุดคือชั้นดินที่เกี่ยวข้องกับสังคมมนุษย์ที่เข้ำมำอยู่อำศัยบนเนินดินนั้นๆ
เป็นครั้งแรก ชั้นดินบนๆ ถัดมำก็จะเกี่ยวข้องกับสังคมมนุษย์ในระยะหลังๆ สืบ
มำตำมล ำดับ ดังนั้นถ้ำเรำศึกษำชั้นดินล่ำงสุดเรียงล ำดับขึ้นมำจนถึงชั้นบนสุด
เรำก็จะสำมำรถเรียงล ำดับเวลำกำรอยู่อำศัยของมนุษย์บนเนินดินนั้นๆ ได้
นอกจำกนี้กำรศึกษำซำกสิ่งของต่ำงๆ ที่ทับถมอยู่ในชั้นดินแต่ละชั้น
จะช่วยให้เรำสำมำรถทรำบเรื่องรำวต่ำงๆ ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ที่เคยอำศัยอยู่
ในบริเวณเนินดินนั้นๆ ได้ และสำมำรถใช้ก ำหนดอำยุชั้นดินแต่ละชั้นได้ว่ำ
น่ำจะมีอำยุอยู่ในช่วงสมัยใด กำรก ำหนดอำยุนั้นอำจจะใช้วิธีกำรศึกษำ
เปรียบเทียบซำกสิ่งของที่ได้จำกแหล่งโบรำณคดีแห่งหนึ่งกับซำกสิ่งของ
แบบเดียวกันที่พบในแหล่งโบรำณคดีแห่งอื่นๆ หรืออำจจะใช้กระบวนกำรทำง
วิทยำศำสตร์เข้ำมำช่วยก ำหนดอำยุชั้นดินได้ วิธีกำรก ำหนดอำยุมีหลำยวิธี
แต่ที่รู้จักกันดีคือวิธีที่เรียกว่ำ Radiocarbon หรือคำร์บอน ๑๔ (Carbon-14)
ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้กับหลักฐำนที่เป็นซำกของอินทรียวัตถุเท่ำนั้น เช่น ไม้ ถ่ำน
กระดูก เป็นต้น
[๓๓]

