Page 124 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 124

โบราณคดีอินเดีย | 116







                                  แหล่งโบราณคดีที่อยู่เหนือสุดคือมันดา (Manda) ในตําบลจัมมู ของแคว้นจัมมู-แคชเมียร์
                       ใต้สุดคือ มัลวัน (Malvan)  ในตําบลสุรัตของแคว้นคุชราตใต้ ทางตะวันตกสุดคือ สุตกะเชนดอร์บน

                       ชาย ั งมากรันของปากีสถาน ทางตะวันออกสุด คือ อลัมคีรปุระ ในตําบลสหรันปุระของแคว้นอุตตร
                                                                                        1
                       ประเทศ มีแหล่งหนึ่งที่อยู่แยกออกไปคือชอร์ตุไ  (Shortughai) ในอาฟกานิสถาน
                                  แต่ด้วยเหตุที่อารยธรรมนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ ไม่เฉพาะแต่บริเวณลุ่มแม่น้ําสินธุเท่านั้น

                       โดยหากพิจารณาแหล่งโบราณคดีในอารยธรรมนี้ในช่วงที่เจริญสูงสุดพบว่าแถบแคว้นบาลูชิสถานมี
                       จํานวน 129 แหล่ง ในแคว้นสินธุ์ 108 แหล่ง, คุชราต 310 แหล่ง และแถบแอ่งสรัสวดีราว 360 แหล่ง

                       2
                         จะเห็นได้ว่าแหล่งโบราณคดีในอารยธรรมฮารัปปันส่วนใหญ่ อยู่แถบลุ่มแม่น้ําสรัสวดี (เดิม) ดังนั้น
                       การที่เรียกว่า อารยธรรมลุ่มแม่น้ําสินธุจึงควรได้รับการพิจารณานักวิชาการบางคนจึงเสนอว่าควร

                       เรียกอารยธรรมนี้ว่า “อารย รร  ิน  - รั วดี หร ออินดั - รั วดี”เนื่องจากแหล่งโบราณคดีใน

                       วัฒนธรรมนี้จํานวนมากตั้งอยู่ริมแม่น้ํา ัคครร-ฮักกระ (Ghaggar-Hakra)  ซึ่งได้รับการตีความว่าคือ
                       แม่น้ําสรัสวดีเดิมที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ฤคเวท อย่างไรก็ตามควรจะเรียกว่า อารยธรรมฮารัปปัน ดี

                       ที่สุด (เพราะไม่ได้อยู่เฉพาะลุ่มน้ําสินธุหรือแม่น้ํา ัคครร-ฮักระเท่านั้น)


                                                               3
                       คั  ีร  คเวทกับโบราณคดี  ่   ่น้ํา ิน  - รั วดี
                                  จากการศึกษาคัมภีร์ฤคเวทของนักโบราณคดีอินเดีย ทําให้ได้แนวคิดหรือข้อสันนิษฐาน
                       ใหม่เกี่ยวกับอารยธรรมนี้โดยคัมภีร์ฤคเวทที่มีการกล่าวถึงแม่น้ําสรัสวดีประมาณ 60 ครั้งได้กล่าวอย่าง

                       ชัดเจนว่า สรัสวดีเป็นแม่น้ําสายหลัก (ในช่วงระหว่าง 1,500-1,000 ป ก่อนคริสตกาล) ตามริม ั งแม่น้ํา
                       เป็นที่อยู่ของนักปราชญ์ผู้ซึ่งได้แต่งบทสวดจํานวนมาก ด้วยเหตุนี้สรัสวดีจึงได้รับการสรรเสริญใน

                       หลาย ๆ ด้าน เช่น เป็นแม่น้ําที่สําคัญที่สุดและดีที่สุดในบรรดาแม่น้ําทั้งหลาย จนได้รับการยกย่องเป็น

                       เทพีแห่งการเรียนรู้ แต่ในปัจจุบัน แม่น้ํานี้ได้เหือดแห้งไปในทะเลทรายในแคว้นราชสถาน
















                        1                                                                   th
                         Singh, Upinder, A History of Ancient and Early Medieval India : From the Stone Age to the 12  Century (New
                       Delhi: EIH Ltd., 2008), p.137.
                        2
                         Danino,Michel, The Lost River (India: Penguin Books, 2010), p. 141
                        3
                         Professor S.P. Gupta, ประกอบคําบรรยายเรื่อง “Indus-Sarasvati Culture1967-1997”ตอน Rigvedic Literature
                       Reflected in the Archaeology of the Indus-Saraswati Civilizationในการบรรยายให้แก่นักศึกษาระดับปริญญาโทภาควิชา
                       โบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ เดือนตุลาคม 2548 (2005) แปลและเก็บความโดย ศ.ดร.ผาสุข อินทราวุธ
   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128   129