Page 380 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 380
โบราณคดีอินเดีย | 372
ให ่ มีผังรูปกลม โดยไม่มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสรองรับเช่นที่ปราก กับสถูปในดินแดน
คันธาระ ในสมัยหลังลงมา และมีลักษณะคล้ายคลึงกับสถูปธรรมราชิกะที่ตักศิลาและสถูปอื่น ๆ ใน
อินเดียภาคกลางและภาคใต้ สถูปแสดงให้เห็นถึงการก่อสร้างเพิ่มเติมถึง 5 ครั้งด้วยกัน มีอายุอยู่
ในช่วงตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่ 3) ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 7-8 (พุทธศตวรรษที่
12-13) โดยหลังการก่อสร้างเพิ่มเติมครั้งที่ 4 ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2-3 (พุทธศตวรรษที่ 7-8) สถูปถูก
ทําลายด้วยปราก การณ์ธรรมชาติคือแผ่นดินไหวและน้ําท่วม ส่วนการก่อสร้างครั้งที่ 5 มีขึ้นราว
คริสต์ศตวรรษที่ 7-8 (พุทธศตวรรษที่ 12-13)
สถูปใหญ่ในผังรูปกลม เมื่อเริ่มสร้าง (ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล/ พุทธศตวรรษที่
3) ประกอบด้วยองค์ระ ังรูปโดมขนาดใหญ่ แกนด้านในเป็นหินกรวดแล้วใช้หินชีสต์สีดําป ดทับ
หลักฐานที่พบเป็นเศษภาชนะดินเผาที่มีจารึกว่า “ธรรมราชิกะ” รวมถึงเหรียญที่มีอายุอยู่ในศตวรรษ
ที่ 3 ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่ 3) แสดงให้เห็นว่าสถูปแห่งนี้น่าจะเป็นของกลุ่ม “ธรรมราชิกะ”
56
ที่พระเจ้าอโศกโปรดให้สร้างสถูปเจดีย์เหล่านี้ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
า ที 8.121 าก ที บ ตกะระ1 – ห บเขา วัต
ินครรทระ (Shingardara Stupa)
57
นักวิชาการหลายท่าน (เช่น Colonel Deane and S. A. Stein) เชื่อว่าสถูปศินครรทระ
แห่งนี้ คือสถูปที่สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอุตตรเสนะ ตรงจุดที่ช้างเผือกซึ่งได้นําพระบรมสารีริกธาตุ ที่
ได้รับส่วนแบ่งมาหยุดลง ตํานานกล่าวว่า เมื่อช้างเผือกดินทางมาถึงจุดนี้ ช้างได้หยุดลงและถึงแก่
ความตาย จากนั้นช้างได้กลายเป็นหิน ใกล้กันนั้นพระเจ้าอุตตรเสนะจึงได้สร้างสถูปขึ้น กล่าวกันว่าแต่
เดิมสถูปนี้มีผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ต่อมาถูกรื้อหินที่ใช้ก่อออกไป ความสูงจากส่วนองค์ระ ังถึงฐาน
ประมาณ 27 เมตร ที่ส่วนขององค์ระ ังปราก ร่องรอยของการฉาบด้วยปูน (ภาพที่ 8.122)
56 Khan, M. Ashraf, Buddhist Shrines in Swat, (Lahore, 1993), pp.28-29.
57
Khan : pp.65-67.

