Page 391 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 391
โบราณคดีอินเดีย | 383
า น านก าง จ้ง
ศาสนสถานกลางแจ้งที่มีอายุเก่าสุดที่มีหลักฐานเหลืออยู่พบที่ไพราต (Bairat) ใกล้เมือง
ชัยปุระเป็นห้องรูปกลมขนาดเล็กซึ่งอาจจะมีสถูปอยู่ภายใน มีอายุอยู่ราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล
(พุทธศตวรรษที่ 3) สร้างด้วยอิฐและไม้ ศาสนสถานรุ่นต่อมาที่มีอายุอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2
ก่อนคริสตกาล (พุทธศตวรรษที่ 4) ได้แก่ศาสนสถานที่ชันเดีย (Jandial) (ศตวรรษที่ 2 ก่อน-
คริสตกาล) พบจากการขุดค้นเนินดินแห่งหนึ่งในเมืองตักศิลา ศาสนสถานที่ชันเดียลนี้อาจเป็นของ
พวกโซโรแอสเตอร์ ภายในอาคารประกอบด้วยห้องบูชา (ครรภคฤหะ) รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ห้องประชุม
และลาน ทางเข้าด้านนอกและด้านในขนาบด้วยเสาแบบไอโอนิคขนาดใหญ่ 2 ต้น (ภาพที่ 8.140)
อิทธิพลสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกนี้พบได้ที่กัษมิระ ซึ่งเสาแบบเฮเลนิสติคมีการใช้อยู่ในสมัยกลาง
รองรับหลังคาทรงป รามิดและวงโค้งที่มีจั่วแหลมอยู่ด้านบน ทําให้ศิลปะแบบกัษมิระมีลักษณะคล้าย
ศิลปะโกธิค ศาสนสถานกัษมิระรุ่นแรก ๆ ที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ เทวาลัยพระอาทิตย์ที่มารตันท์
(Martand) อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) ไม่ปราก ร่องรอยของศาสนสถานฮินดู
65
ก่อนสมัยคุปตะ
า ที 8.140 า น านชันเดีย ( า ันนิ าน) ะหัวเ าไอโอนิค บบกรีก
ที า: (Brown, 1965, pl. xxxiv)
ในสมัยคุปตะ ยังคงมีหลักฐานเหลืออยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอินเดียภาคตะวันตก ส่วน
ใหญ่มีรูปแบบเดียวกัน เสาได้รับการตกแต่งด้วยหัวเสารูประ ังรองรับประติมากรรมรูปสัตว์ ที่ทางเข้า
มักสลักภาพเล่าเรื่องตามเทพนิยาย ศาสนสถานสมัยคุปตะมักมีขนาดเล็ก มีหลังคาเรียบ การก่ออิฐไม่
ใช้ปูนฉาบ ศาสนสถานสมัยคุปตะที่สวยงามคือ ศาสนสถานที่เทวคฤหะ (Deogarh) ใกล้ านสิ
(Jhansi) มีอายุประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 6 (พุทธศตวรรษที่ 11) มีการใช้เดือยเหล็กเป็นตัวเชื่อมใน
การก่ออิฐ ที่ส่วนของห้องบูชามีหลังคาโค้งสูง มีระเบียง (ทางเดิน) ที่มีหลังคาล้อมรอบอาคาร
65
Basham : p.357.

