Page 498 - ตำราโบราณคดีอินเดีย
P. 498
โบราณคดีอินเดีย | 490
ระติ ากรร อินเดีย าคตะวันออก ะ าคก าง
ในขณะที่สกุลช่างคันธาระและมถุราเจริญอยู่ทางภาคเหนือนั้น ในคาบสมุทรอินเดียส่วน
อื่น ก็ปราก พัฒนาการทางศิลปะเช่นกัน ที่ถ้ําภาชาในรัฐมหาราษฎร์และอุทัยคีรีในโอริสสา ได้พบ
ประติมากรรมรุ่นเก่าเช่นเดียวกับอีกหลายถ้ําในแถบเดคข่านตะวันตก ตัวอย่างที่ดีที่สุดน่าจะได้แก่
ภาพของศาสนิกชนหรือผู้อุปถัมภ์ศาสนา ที่สลักเป็นประติมากรรมนูนสูงบนผนังถ้ํา มักปราก เป็นรูป
คู่ เช่นที่ถ้ํากาลี (คริสต์ศตวรรษที่ 2/ พุทธศตวรรษที่ 7) นอกจากนี้ยังปราก บนแผ่นดินเผาด้วย
ใน คว้น ิหาร ะเบงกอ
ในแคว้นเบงกอลและพิหารทางตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ราชวงศ์ปาละ ราว ค.ศ.
765 หรือ 770 (พ.ศ. 1308 หรือ 1313/ พุทธศตวรรษที่ 14) และราชวงศ์เสนะ ราว ค.ศ. 1150-
1199 (พ.ศ. 1693-1742/ พุทธศตวรรษที่ 17-18) ประติมากรรมส่วนใหญ่สร้างขึ้นเนื่องในพุทธ
ศาสนา พบที่เมืองนาลันทา พุทธคยา ซึ่งพุทธศาสนา (ตันตระ) เจริญขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายที่นาลันทาราว
350 ป ที่ศิลปะปาละเจริญอยู่นั้นวิวัฒนาการของศิลปะมีขึ้นภายในท้องถิ่นเท่านั้น ไม่มีอิทธิพลหรือแรง
บันดาลใจจากที่อื่นมาเกี่ยวข้อง นอกจากรักษารูปแบบของศิลปะสมัยคุปตะที่รับมาแต่แรก การผลิต
ประติมากรรมมีทั้งเนื่องในพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู
ัก ณะของ ระติ ากรร ิ ะ า ะ
ศิลปะปาละ (คริสต์ศตวรรษที่ 8-12/ พุทธศตวรรษที่ 13-17) ถือเป็นศิลปะอินเดียสมัย
ที่ 4 ในส่วนของประติมากรรมอาจแบ่งได้เป็นประติมากรรมลอยตัวและภาพนูนต่ํา ประติมากรรม
24
ลอยตัวสลักจากหินหรือหล่อด้วยสําริด ในขณะที่ภาพนูนต่ํามักทําด้วยดินเผา ส่วนมากสร้างขึ้นเนื่อง
ในพุทธศาสนา แต่ในฮินดูก็มีบ้าง ราชวงศ์ปาละรักษารูปร่างของศิลปะสมัยคุปตะไว้ได้โดยไม่
เปลี่ยนแปลง ลักษณะเด่นของประติมากรรมปาละคือมีการตกแต่ง และได้รับการขัดอย่างสวยงาม
25
ส่วนใหญ่ทําจากสําริดมากกว่าศิลา โดยมากมีลักษณะนูนสูงอิงแผ่นหลัง
พระพุทธรูปสมัยปาละ มีพื้นฐานมาจากศิลปะคุปตะสกุลช่างสารนาถ โดยเพิ่มลักษณะ
ใหม่ๆทั้งด้านรูปแบบและประติมานวิทยาเข้าไป ศิลปะปาละนิยมทําแผ่นหลัง และมักใส่รายละเอียด
ลงไปบนแผ่นหลัง เช่น ภาพบริวาร ประภามณฑล เครื่องประกอบประติมานวิทยา เป็นต้น แผ่นหลัง
ช่วงแรกมีปลายด้านบนโค้งมน ต่อมากลายเป็นปลายแหลม ในศิลปะปาละตอนปลายนิยมพระพุทธรูป
26
ทรงเครื่อง มักทรงเทริดขนนก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะในศิลปะปาละ
24
สุภัทรดิศ ดิศกุล : หน้า 159.
25
Basham : p.373.
26 เชษฐ์ ติงสัญชลี : หน้า 28.

