Page 230 - จากชีวกโกมารภัจจ์ถึงไภษัชยคุรุ
P. 230

222






                            สรุปได8ว9า จากการศึกษาของนักวิชาการหลายท9านรวมถึงงานวิจัยของทิพยSวรรณ วงศSอัสส

                     ไพบูลยS เกี่ยวกับอาโรคยศาลา ในเขตจังหวัดนครราชสึมา บุรีรัมยS และสุรินทรS อาจสรุปประเด็น

                     สำคัญ ๆ พอสังเขปได8ดังนี้ (ทิพยSวรรณ วงศSอัสสไพบูลยS, 2555: 397)
                          1.  ผังของโรงพยาบาล (ส9วนใหญ9) เหมือนกันหมดทั้งในประเทศกัมพูชาและในประเทศไทย

                              โดยลักษณะของสถาป\ตยกรรมไม9มีส9วนเกี่ยวข8องกับฐานะหรือขนาดของชุมชนที่โรงพยาบาล

                              ตั้งอยู9
                          2.  พื้นที่อีสานตอนล9างของไทย มีความหนาแน9นของอาโรคยศาลามากกว9าอีสานตอนบน

                              เนื่องจากอยู9ใกล8ศูนยSกลางอำนาจของพระเจ8าชัยวรมันที่ 7 (เมืองพระนครหลวง) มากกว9า
                              อาโรคยศาลแต9ละแห9ง (ในประเทศไทย) ห9างกันประมาณ 20 – 60 กิโลเมตร โดยในเขต

                              จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมยS สุรินทรS ระยะห9างกันโดยเฉลี่ย (20-30 กิโลเมตร) (ที่จังหวัด

                              บุรีรัมยS แต9ละแห9งห9างกันน8อยสุด) ในขณะที่ทางลุ9มน้ำชี (อีสานตอนบน) มีระยะห9างกันโดย
                              เฉลี่ย 30-50 กิโลเมตร แสดงให8เห็นว9าอาโรคยศาลบริเวณใกล8ศูนยSกลางคือเมืองพระนครมี

                              จำนวนมากกว9า และหนาแน9นกว9าบริเวณที่ห9างไกลออกไป (ในลุ9มน้ำชีมีการกระจายตัว
                              มากกว9าแถบลุ9มน้ำมูล) โดยในจังหวัดนครราชสีมาพบว9ามีจำนวนโรงพยาบาลมากที่สุด

                          3.  จากงานวิจัยของทิพยSวรรณ วงศSอัสสไพบูลยS พบว9าในขอบเขตการศึกษา ศาสนสถานประจำ

                              โรงพยาบาล ส9วนใหญ9 (13 ใน 16 แห9ง หรือทั้งหมดรวมนอกพื้นที่ 21 แห9งใน 31 แห9ง) อยู9
                              ทางทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของชุมชน และมีระยะห9างประมาณ 100 – 500

                              เมตร

                          4.  จากการศึกษา ทิพยSวรรณ วงศSอัสสไพบูลยS (2555) กล9าวว9าพบจารึกอาโรคยศาลแล8วจำนวน
                              14 หลัก แต9มีข8อความที่สมบูรณSพออ9านและแปลความได8จำนวน 7 -9 หลัก (ทิพยSวรรณ วงศS

                              อัสสไพบูลยS, 2555 : 24 และตารางที่ 31 ซึ่งยังไม9รวมจารึกจากปราสาทจอมพระ?) ดังนี้
                                   จังหวัดบุรีรัมยS 1 หลัก (จารึกด9านประคำ สันนิษฐานว9ามาจากปราสาทโคกงิ้ว) ,

                              จังหวัดขอนแก9น 1 หลัก (จารึกกู9แก8ว), จังหวัดสุรินทรS 2 หลัก (ปราสาทตาเมือนโตqจ

                              อ.พนมดงรัก, จารึกปราสาท อ.ปราสาท), จังหวัดชัยภูมิ 1 หลัก (กู9หนองบัว), จังหวัด
                              นครราชสีมา (2) – กุฎิpษี-พิมาย, ปราสาทเมืองเก9า), จังหวัดร8อยเอ็ด 2 หลัก (กู9คันธนาม

                              ,ปราสาทโพนระฆัง)
                          5.  จากจารึกอาโรคยศาลาชี้ให8เห็นว9า โรงพยาบาลส9วนใหญ9ที่พบในประเทศไทยอยู9ในระดับ

                              ปานกลาง (มีเจ8าหน8าที่ประจำโรงพยาบาลทั้งหมด 98 คน) ซึ่งจัดเป'นโรงพยาบาลที่มีขนาด

                              ใหญ9ในระดับที่ 3 ใน 4 ระดับตามแนวคิดของ Claude Jacques ตัวอย9างเช9น ปราสาท
                              โคกงิ้ว (จากจารึกด9านปะคำ) จ.บุรีรัมยS, จารึกปราสาท, จารึกกู9โพนระฆัง, จารึกกู9คันธนาม,

                              จารึกกู9แก8ว ฯ)
   225   226   227   228   229   230   231   232   233   234   235