Page 25 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 25
บททีK z : พันธุศาสตร์กับวิวัฒนาการของมนุษย์ 18
ลักษณะประชากร โดยเฉพาะพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น ความรุนแรงเป็นพันธุกรรมหรือไม่
หรือความอิจฉาริษยาถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่ หรือเกิดจากความกดดัน หรือการ
เลี5ยงดูหล่อหลอมทางวัฒนธรรม เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเราก็พบว่ามันเป็นเรืKองยากทีKจะแยกระหว่างยีนกับการเลี5ยงดูว่า
อะไรคือตัวแปรสําคัญทีKเกีKยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษย์ บางอย่างอาจมีสาเหตุมาจาก
สองทั5งปัจจัยก็ได้ เช่น มะเร็งอาจเกิดขึ5นจากส่วนประกอบทางพันธุกรรม (มีรายงานว่า
โรคนี5เป็นกรรมพันธุ์) และความเครียด หรือพฤติกรรมอืKน ๆ เช่น การดืKมเหล้า สูบบุหรีK หรือ
กินอาหารทีKมีสารเคมีตกค้าง เป็นต้น ตัวอย่างนี5แสดงให้เห็นว่าลักษณะทางพันธุกรรม
และสิKงแวดล้อมทั5งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทํางานประสานกันอย่างไม่เป็นอิสระจาก
กันอย่างเด็ดขาด
กล่าวโดยสรุป พันธุศาสตร์ช่วยให้เราเข้าใจความหลากหลายของปัจเจกและ
ประชากรของสิKงมีชีวิต และช่วยให้เห็นวิวัฒนาการของสิKงมีชีวิตด้วย วิวัฒนาการเป็น
ทฤษฎีทีKสามารถทดสอบได้ด้วยวิธีการแบบวิทยาศาสตร์ และมนุษย์มีวิวัฒนาการด้วย
การปรับตัวทางชีววิทยาและการปรับตัวทางวัฒนธรรม ต่อไปนี5เราจะนําแนวคิดและ
ทฤษฎีวิวัฒนาการมามองวิวัฒนาการของมนุษย์
ทฤษฎีวิวัฒนาการ
จากทีKกล่าวมาข้างต้นเราเห็นว่าวิวัฒนาการทางชีววิทยาเป็นการเปลีKยนแปลงทาง
พันธุกรรมตามเวลาทีKผ่านไป นักมานุษยวิทยากายภาพและนักชีววิทยาแบ่งระดับ
วิวัฒนาการออกเป็น 2 ระดับ คือวิวัฒนาการระดับจุลภาค (microevolution) และ
วิวัฒนาการระดับมหภาค (macroevolution)
วิวัฒนาการระดับจุลภาค หมายถึงการเปลีKยนแปลงความถีKของอัลลีลใน
ช่วงเวลาสั5นๆ เช่นจากรุ่นหนึKงสู่รุ่นหนึKง โดยมุ่งความสนใจทีKแบบแผนทางลักษณะ
พันธุกรรมและความถีKของยีนทั5งหมดของประชากร ไม่ใช่ลักษณะทางพันธุกรรม หรือ
ลักษณะทีKแสดงออกทางกายภาพของปัจเจกบุคคล ฉะนั5นเมืKอพูดถึงทฤษฎีวิวัฒนาการใน
บทนี5เราจะหมายถึงการศึกษาความเปลีKยนแปลงทางชีววิทยาทีKเกิดขึ5นตามลําดับเวลา
ของประชากรกลุ่มใดกลุ่มหนึKงทีKแต่งงานประสมพันธ์กันในหมู่เดียวกัน (breeding
population) เช่น กลุ่มประชากรทีKอยู่อาศัยโดดเดีKยวในหมู่เกาะแห่งใดแห่งหนึKง หรือ
ประชากรทีKอาศัยอยู่ห่างไกล ไม่มีการติดต่อกับสังคมหรือกลุ่มประชากรอืKนๆ

