Page 43 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 43

บทที- Ç : สัตว์ไพรเมต                                                                36



                  ไพรเมตอยู่เสมอ  อย่างไรก็ตามปัจจุบันนักวิชาการมีความเห็นสอดคล้องกันว่าสัตว์ไพรเมตที-

                  ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกประมาณ `Çê ชนิดมีลักษณะร่วมกันหลายอย่างดังต่อไปนี=

                         t. มีระบบอวัยวะที-พัฒนาขึ=นในครรภ์ที-ใช้เป็นท่อลําเลียงอาหารและออกซิเจนให้
                  ทารก (placenta)

                         `. มีแบบแผนการดูแลเลี=ยงดูลูกทั=งก่อนเกิด (prenatal) และหลังเกิด (postnatal) ที-
                  แตกต่างจากสัตว์ตระกูลอื-น ตรงที-จําพวกสัตว์เลี=ยงลูกด้วยนมใช้เวลาดูแลลูกค่อนข้างนาน

                  นับตั=งแต่การตั=งท้องจนเกิด และเจริญเติบโตจนถึงระยะหนึ-ง แม้ว่าจํานวนลูกจะเกิดน้อยใน

                  แต่ละครั=งก็ตาม  และหากกล่าวโดยเฉพาะมนุษย์แล้ว มนุษย์ใช้เวลาและพลังงานในการดูแล
                  ลูกมากที-สุด มากกว่าสิ-งมีชีวิตในตระกูลเดียวกันทั=งหมด

                         Ç. มีระบบร่างกายที-สามารถควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้คงที- (homoiotherm) โดย
                  การเปลี-ยนอาหารให้เป็นพลังงานในรูปของความร้อน หรือเป็นสัตว์เลือดอุ่นที-สามารถปรับตัว

                  ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้เกือบทุกพื=นที- ไม่ว่าจะเป็นเขตทะเลทราย เขตร้อนชื=น หรือเขตขั=ว

                  โลกที-อากาศหนาวเย็นก็ตาม แต่มีข้อเสียคือต้องบริโภคพลังงานมาก
                         û. มีลักษณะทางกายวิภาคของฟันแตกต่างกัน ไม่เหมือนสัตว์เลื=อยคลานที-ฟันทุกซี-

                  เหมือนกันหมด แต่สัตว์เลี=ยงลูกด้วยนมมีแบบแผนฟันชัดเจน เช่น มีฟันหน้า (incisors) ฟันกราม
                  (molars and premolars) และฟันเขี=ยว (canines) ซึ-งมีบทบาทหน้าที-ต่างกัน เช่น ฟันหน้าใช้

                  กัด ตัด หรือหั-นอาหาร ฟันกรามใช้บดเคี=ยวอาหาร เขี=ยวใช้ป้องกันศัตรูได้ในบางโอกาส เป็นต้น
                         è. มีระบบโครงสร้างโครงกระดูก (skeletal structure) ที-แตกต่างจากสัตว์ประเภทอื-น

                  เช่น สัตว์เลี=ยงลูกด้วยนมที-ยืนสี-เท้าช่วยให้การเคลื-อนไหวได้ดี และช่วยคํ=านํ=าหนักของ

                  ร่างกายได้ดีด้วย มีมือและเท้าที-ช่วยในการจับ เกาะเกี-ยวได้ดี เช่น สัตว์เลี=ยงลูกด้วยนม
                  จําพวกที-อาศัยอยู่บนต้นไม้ (arboreal)  ส่วนสัตว์เลี=ยงลูกด้วยนมพวกที-อาศัยอยู่ตามพื=นดิน

                  (terrestrial) อาจจะมีความคล่องแคล่วมากในการเคลื-อนไหวใน 2 มิติคือกว้างและยาว
                          ü. มีพฤติกรรมที-สั-งและควบคุมโดยสมองส่วนต่างๆมากกว่าสัตว์ประเภทอื-นๆ และ

                  ใช้สมองมากกว่าสัตว์ประเภทอื-นด้วย  สัตว์ไพรเมตจัดเป็นสัตว์เลี=ยงลูกด้วยนมที-มีสติปัญญา
                  มากกว่าสัตว์เลื=อยคลานและสัตว์ที-มีกระดูกสันหลังอื-นๆ

                         †. มีพฤติกรรมทางสังคมเด่นชัด มีแบบแผนในการจัดกลุ่มทางสังคม (social

                  groups) และโครงสร้างทางสังคมที-หลากหลาย เช่น โครงสร้างสังคมที-มีเพศหญิง-ชายที-เป็น
                  ผู้ใหญ่และเด็กอยู่รวมกัน (multifemale/multimale group) หรือระบบการแบ่งลําดับชั=นหรือ

                  ตําแหน่งในสังคมซึ-งบ่งบอกว่าใครมีบทบาทเด่นในสังคม (dominance hierarchy) เป็นต้น
                         จากลักษณะต่างๆ ของไพรเมตที-กล่าวมาข้างต้นได้เปิดประเด็นในการศึกษา

                  วิวัฒนาการของมนุษย์ขึ=นอีก เนื-องจากมนุษย์เป็นสัตว์ไพรเมตเช่นเดียวกับสัตว์บางชนิด
                  ดังนั=น นักโบราณมานุษยวิทยา (paleoanthropologist) จึงให้ความสนใจในลักษณะทางกาย

                  วิภาค สรีระวิทยา และพฤติกรรมของสัตว์ไพรเมตที-ยังพบเห็นในปัจจุบัน (living primates)
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48