Page 63 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 63
บทที- Ç : สัตว์ไพรเมต 56
พฤติกรรมของสัตว์ไพรเมตในเชิงวิวัฒนาการ
จากลักษณะต่างๆ ของสัตว์ไพรเมตที-นําเสนอมาตั=งแต่ต้น เราพบว่ามีทั=งความเหมือน
และความแตกต่างในพฤติกรรมของสัตว์ไพรเมตชนิดต่างๆ ซึ-งเป็นเสมือน “ราก" ของ
พฤติกรรมบางอย่างที-ช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมและวิวัฒนาการของของมนุษย์ได้ในระดับ
หนึ-ง ดังจะพอสรุปเป็นเรื-องๆ ได้ดังนี=
ลักษณะทางนิเวศวิทยาที<สัมพันธ์กับการดํารงชีพและอยู่อาศัย
สัตว์ไพรเมตชั=นสูงมีถิ-นที-อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที-หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในป่าทึบ
ป่าฝน (rain forest) ป่าโปร่ง (woodland) หรือทุ่งหญ้าเปิด (Savanna) ซึ-งคล้ายกับมนุษย์ที-
สามารถปรับตัวอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที-หลากหลาย อย่างไรก็ตามถ้าพิจารณาดูให้ดีก็จะ
พบว่าสัตว์ไพรเมตแต่ละชนิด หรือแต่ละสายพันธุ์มีถิ-นที-อยู่อาศัยเฉพาะของตนเอง ซึ-งต่าง
จากสายพันธุ์มนุษย์ที-สามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพื=นที-
ทะเลทราย ป่าฝนเขตร้อน เขตทุ่งหญ้า ที-สูงบนภูเขา หรือพื=นที-หนาวเย็น อาจกล่าวได้ว่า
มนุษย์เป็นสัตว์ไพรเมตที-มีการปรับตัวได้ดีที-สุด โดยเฉพาะการปรับตัวทางวัฒนธรรม
(cultural adaptation) ดังจะได้กล่าวในรายละเอียดในบทที- û
การทําและใช้เครื<องมือ
สัตว์ไพรเมต โดยเฉพาะไพรเมตชั=นสูงบางชนิด เช่น ชิมแพนซีและโบโนโบรู้จักทํา
เครื-องมืออย่างง่าย เช่น การหักกิ-งไม้ การใช้ฆ้อนทุบเปลือกผลไม้ และการกะเทาะหิน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามจากการศึกษาด้วยการทดลองให้โบโนโบตัวผู้ตัวหนึ-งกะเทาะหินพบว่า แม้ว่า
โบโนโบดังกล่าวจะสามารถกะเทาะหินให้แตกเป็นสะเก็ด และใช้ในการตัดสิ-งของได้ แต่การ
ทําเครื-องมือหินนั=นเป็นลักษณะการทําตามหรือเลียนแบบ ไม่ใช่การทําเครื-องมือที-เกิดจาก
ความต้องการ หรือมีแรงจูงใจในการทํา และไม่รู้จักเลือกมุมและจุดในการกะเทาะหินให้ได้
รูปร่างตามการใช้งาน แม้ว่าเครื-องมือหินที-โบโนโบกะเทาะได้จะมีลักษณะโดยรวมคล้ายกับ
เครื-องมือหินที-ผลิตโดยบรรพบุรุษของมนุษย์รุ่นแรกๆ ก็ตาม (รูปที- Ç.``) นอกจากนี=ยังพบว่า
ไพรเมตอื-นๆ ไม่มีทักษะขั=นสูงในการทําเครื-องมือ แม้ว่าจะสอนได้ก็ตาม (Toth et al. 1993;
Davidson and McGrew 2005) ดังนั=นนักวิชาการบางคนจึงกล่าวว่าสัตว์ไพรเมตที-ไม่ใช่
มนุษย์ (non-human primates) ไม่มีเทคโนโลยีในการดํารงชีพ (subsistence technology)
หรือไม่ต้องพึ-งพาเทคโนโลยีในการดํารงชีพมากเท่ากับมนุษย์ (Toth et al. 1993; )

