Page 81 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 81
บทที$ 5
กําเนิดและวิวัฒนาการของสัตว์ไพรเมต
จากบทที( 3 และ 4 ที(ผ่านมาเราได้เรียนรู้ลักษณะต่างๆ ทั?งทางชีววิทยา ทางกาย
วิภาค และพฤติกรรมของสัตว์ไพรเมตและมนุษย์ที(พบในปัจจุบัน ในบทนี?เราจะย้อนกลับ
ไปในอดีตเพื(อตรวจสอบดูว่าสัตว์ไพรเมตมีกําเนิดและวิวัฒนาการมาอย่างไร หลักฐาน
สําคัญที(ใช้ในการตรวจสอบก็คือซากบรรพชีวินต่างๆ (fossils) ซากบรรพชีวินหรือซากดึก
ดําบรรพ์หมายถึงซากสิ(งมีชีวิต (พืชและสัตว์) หรือร่องรอยของสิ(งมีชีวิตที(ประทับอยู่ในหิน
เช่น รอยเท้า กระดูก ฟัน ใบไม้ และเมล็ดพืช เป็นต้น ควรกล่าวด้วยว่าซากบรรพชีวินของสัตว์
ไพรเมตเท่าที(ค้นพบมีประมาณ 200 ชนิดเท่านั?น (หรือประมาณ 2-4%) จากจํานวน
ทั?งหมดประมาณ 5000-7000 สายพันธ์ที(มีอยู่ในโลก
ดังนั?นผลการศึกษาวิวัฒนาการของสัตว์ไพรเมตจึงเป็นข้อเสนอหรือข้อสรุป
เบื?องต้นเป็นส่วนมาก เรายังต้องการข้อมูลและหลักฐานมากกว่านี? ทั?งในแง่ของจํานวน
ซากบรรพชีวินและจํานวนสายพันธุ์ที(ค้นพบ อย่างไรก็ตาม หลักฐานซากบรรพชีวินที(มีอยู่
ในปัจจุบันก็ได้ฉายภาพให้เห็นว่าสัตว์ไพรเมตกําเนิดมานานก่อนที(มนุษย์จะถือกําเนิดขึ?น
ฉะนั?นในการศึกษาวิวัฒนาการของมนุษย์ สิ(งหนึ(งที(เราต้องระบุให้ได้ก็คือบรรพบุรุษของ
มนุษย์คือใครและแยกสายพันธุ์ออกจากสิ(งมีชีวิตที(มีลักษณะคล้ายมนุษย์เมื(อใด นั(นก็คือ
เราต้องการทราบเหตุการณ์สําคัญเกี(ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์ไพรเมตซึ(งเกิดขึ?นในช่วง
ระยะเวลาประมาณ 65 – 5 ล้านปีมาแล้ว
ในการศึกษาเหตุการณ์สําคัญเกี(ยวกับวิวัฒนาการของสัตว์ไพรเมตจากซากบรรพ
ชีวิน สิ(งแรกที(ต้องดําเนินการก็คือการกําหนดอายุ (dating) หรือการจัดลําดับอายุสมัย
ซากบรรพชีวินนั?นๆ ให้ได้เสียก่อนเพื(อให้เรามองเห็นพัฒนาการต่างๆ
การกําหนดอายุมีหลายวิธี แต่นักวิชาการแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก คือการกําหนด
อายุเชิงเทียบ (relative dating) และการกําหนดอายุแบบสัมบูรณ์ (absolute dating)
การกําหนดอายุเชิงเทียบ ก็คือการประมาณอายุซากสิ(งของต่างๆ ว่าอะไรเก่า
กว่าอะไร วิธีการนี?จะไม่ทราบอายุที(แน่ชัด รู้แต่เพียงว่าอะไรมาก่อน อะไรมาทีหลัง หรือ
ระบุความเก่าแก่ได้กว้างๆ เช่น ในการขุดค้นของนักโบราณคดีในแหล่งโบราณคดีแห่งหนึ(ง
พบว่าชั?นดินมีการทับถมเป็นชั?นหนาหลายชั?น โดยหลักการทับถมทางธรณีวิทยา เรา
สามารถกล่าวได้ว่าชั?นดินที(อยู่ล่างสุดจะมีอายุเก่ากว่าหรือมากกว่าชั?นดินที(อยู่ข้างบน
เนื(องจากการทับถมของดินเกิดขึ?นก่อน การศึกษาวิเคราะห์ชั?นดินในลักษณะนี?เรียกว่า
stratigraphy นอกจากนี? อาจจะใช้วิธีการเปรียบเทียบลักษณะโดยการเชื(อมโยง (cross

