Page 82 - วิวัฒนาการของมนุษย์
P. 82
บทที( 5 กําเนิดและวิวัฒนาการของสัตว์ตระกูลไพรเมต 75
dating) เช่น สมมติว่าเราพบซากกระดูกลิงชนิดหนึ(งซึ(งรู้อายุสมัยมาก่อนแล้ว ต่อมาเราก็
พบซากกระดูกลิงชนิดเดียวกันและมีลักษณะทางกายวิภาค หรือลักษณะอื(นเหมือนกับ
ซากกระดูกลิงที(พบมาก่อน เราก็อนุมานได้ว่าซากกระดูกลิงที(พบครั?งหลังสุดมีอายุเท่ากับ
หรือใกล้เคียงกับซากกระดูกลิงที(พบมาก่อน เราเรียกซากบรรพชีวินที(ใช้เป็นตัวหลักใน
การเปรียบเทียบว่า “ดัชนีซากบรรพชีวิน” (index fossil) นอกจากนี?ยังมีวิธีการกําหนด
อายุแบบเชิงเทียบอีกหลายวิธี เช่น การเทียบเคียงรูปแบบ ลวดลาย และเทคโนโลยีของ
โบราณวัตถุ เป็นต้น
การกําหนดอายุแบบสัมบูรณ์ คือการประมาณหรือระบุค่าอายุที(แน่นอนชัดเจน
ของสิ(งของ ชั?นดิน หรือแหล่งโบราณคดี เป็นต้น เทคนิคการกําหนดอายุที(ชัดเจนนี?มีหลาย
วิธี ทั?งวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (chronometric dating) เช่น วิธีเรดิโอคาร์บอน หรือ
คาร์บอน-14, วิธีเทอร์โมลูมิเนสเซนส์ (thermoluminescence), วิธีออบซิเดียนไฮเดรชั(น
(obsidian hydration), และวิธีโปแทสเซียม-อาร์กอน (potassium-argon) เป็นต้น และ
วิธีอื(นๆ เช่น การคํานวณเวลาของการเปลี(ยนแปลงคลื(นแม่เหล็กโบราณ (paleomagnetic)
การอ่านวงปีไม้ (dendrochronology) และการนับชั?นตะกอนนํ?าแข็ง (varve chronology)
เป็นต้น (ดูรายละเอียดเพิ(มเติมเกี(ยวกับวิธีการกําหนดอายุทั?งสองแบบ ใน Hester 1997)
หลังจากการกําหนดอายุแล้ว ขั?นตอนสําคัญต่อไปคือการพิจารณาที(มาของ
หลักฐานเพื(อสร้างภาพและตีความเกี(ยวกับลําดับวิวัฒนาการต่างๆ วิธีการสําคัญใน
ขั?นตอนนี?ก็คือการศึกษาว่าหลังจากที(สิ(งมีชีวิต (พืชและสัตว์) ตายแล้ว เกิดอะไรขึ?นกับซาก
เหล่านั?น หรือมีกระบวนการใดที(มีผลต่อการคงสภาพของซากสิ(งมีชีวิตที(ตายไปแล้ว
เรียกการศึกษาดังกล่าวนี?ว่า taphonomy การศึกษาดังกล่าวนี?ช่วยให้เราได้ข้อมูลสําคัญ
เกี(ยวกับสาเหตุที(ว่าทําไมกระดูกบางชนิดจึงยังหลงเหลือกลายเป็นซากบรรพชีวินใน
ขณะที(กระดูกบางชนิดถูกชะล้างหายไป การกระจายของกระดูกที(ถูกทิ?งไว้หลังการกัดแทะ
หรือชําแหละโดยนักล่า นอกจากนี?ยังช่วยให้เราทราบว่าสิ(งของหรือซากบรรพชีวินที(พบนั?น
ถูกรบกวน หรือว่าอยู่ในตําแหน่งเดิมหลังจากถูกทิ?งไป
นอกจากนี?แล้ว ในการสร้างภาพและการตีความเกี(ยวกับลําดับวิวัฒนาการต่างๆ
เราจําเป็นต้องทราบว่าสิ(งมีชีวิตนั?นอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร หรือกินอะไร พืช
พรรณมีลักษณะอย่างไร สิ(งมีชีวิตเหล่านั?นเป็นผู้ล่า หรือผู้ถูกล่า เราจะตอบคําถามนี?ได้ก็
ต่อเมื(อเราศึกษาสิ(งแวดล้อมในอดีต หรือที(เรียกกันว่า paleoecology เช่น การศึกษาด้าน
เรณูวิทยา (palynology) หรือการศึกษาวิเคราะห์ทางเคมีของฟันซึ(งช่วยบอกให้เรารู้บาง
สิ(งบางอย่างเกี(ยวกับอาหารการกินในสมัยโบราณ การศึกษาร่องรอยและลักษณะการสึก
ของฟันก็ช่วยให้เราตีความเกี(ยวกับรูปแบบการยังชีพของสิ(งมีชีวิตสมัยก่อนว่ากินอะไรเป็น

