Page 162 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 162

160





           การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมประกันชีวิตอาเซียน



            จากมุมมองที่สะท้อนผ่านเวที ALIP 2025 อุตสาหกรรมประกันชีวิตในภูมิภาคอาเซียนก�าลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่มิใช่เพียงการปรับตัวตาม
        วัฏจักร (Cyclical Adjustment) แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) ครั้งส�าคัญ บทบาทของอุตสาหกรรมประกันชีวิตก�าลังปรับ
        บริบทใหม่ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ขายความคุ้มครองทางการเงินไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและสังคม (Socio-Economic
        Resilience Infrastructure) ของภูมิภาค ทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยเชิงโครงสร้างส�าคัญอย่างน้อย 5 ประการ ดังนี้



        1. ปั จจัยประชากรศาสตร์และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ            ในด้านอุปสงค์ พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
            การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยระดับ Super-Aged Society ในหลาย   ในสองมิติส�าคัญ คือ (1) รูปแบบความคาดหวังต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต
        ประเทศในอาเซียนสร้างทั้งความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์   ในรูปแบบใหม่ ๆ ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างเหมาะสม และเชื่อมโยง
        การวางแผนระยะยาว และแรงกดดันอย่างมากต่อระบบสวัสดิการสุขภาพ   กับบริบทความเสี่ยงอย่างแท้จริง และ (2) การได้รับความคุ้มครองจาก
        และการออมภาคครัวเรือน                                   กรมธรรม์ประกันชีวิตอย่างเป็นธรรม


                                                                                    ่
                                                                   ่
        2. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล และ InsurTech        มิติที 2 : การบริหารความเสียงและธรรมาภิบาลในยุคแห่งความไม่แน่นอน
            เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยขายอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น  ในศตวรรษที่ 21 ได้ขยายจากความเสี่ยงทางการเงินของบริษัท
        แกนกลางของสถาปัตยกรรมห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Architecture)    (Financial Risk) ไปสู่ความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ที่เชื่อมโยง
        ทั้งในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การเข้าถึงลูกค้า การรับประกัน และ   หลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม บนเวที ALIP
        การจัดการสินไหม                                         2025 มีการเน้นความเสี่ยงส�าคัญ 4 ประการ ได้แก่

                ่
        3. ความเสียงเชิงระบบรูปแบบใหม่                                ความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ (Climate Risk) ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพ
            ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภูมิรัฐศาสตร์     ของบริษัทผ่านความถี่และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของภัยพิบัติ
        ห่วงโซ่อุปทาน ภัยไซเบอร์ และภาวะเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical     ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทาน (Geopolitical &
        Inflation) ท�าให้กรอบการบริหารความเสี่ยงต้องขยายจากมุมมองบริษัท      Supply Chain Risk) ซึ่งสร้างความผันผวนต่อผลตอบแทน
        รายเดียว ไปสู่มุมมองระบบโดยรวม                                การลงทุนระยะยาว
                                                                      ความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Risk) ซึ่งเป็นทั้งความเสี่ยงด้าน
                             ่
        4. ความคาดหวังด้านความยังยืนและ ESG                           ปฏิบัติการ และโอกาสในการออกแบบผลิตภัณฑ์ความคุ้มครอง
            หลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ได้เปลี่ยนสถานะ    ภาวะเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) ซึ่งกดดัน
        จากแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ไปสู่เงื่อนไขเชิงการแข่งขัน ที่มีผลโดยตรงต่อ   ทั้งต้นทุนค่าสินไหมและเบี้ยประกันของลูกค้า
        การเข้าถึงแหล่งทุน ความเสี่ยงระยะยาว และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้
        ส่วนเสีย                                                    ภายใต้บริบทนี้ บทบาทของผู้บริหารระดับสูง (CEO) จึงต้องเปลี่ยน
                                                                จากการเป็นผู้บริหารผลประกอบการระยะสั้น ไปสู่การเป็นผู้จัดการ
        5. การปรับตัวของกรอบก�ากับดูแล                          ความเสี่ยงเชิงระบบขององค์กร (Systemic Risk Manager) โดยเน้น
            หน่วยงานก�ากับดูแลก�าลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุม (Regulator)     การลงทุนในความยืดหยุ่นของระบบ (Systemic Resilience
        ที่เน้นการอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ไปสู่ผู้ออกแบบระบบนิเวศ (Ecosystem     Investment) ผ่านความรับผิดชอบเชิงรุก 5 ด้าน ได้แก่ การคาดการณ์
        Architect) ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพของระบบ การแข่งขัน     สัญญาณความเสี่ยงล่วงหน้า การสร้างวัฒนธรรมการจัดการความเสี่ยง
        และการคุ้มครองผู้บริโภค                                 ให้เป็นหน้าที่ของทุกคน การตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน  การสร้าง
                                                                พันธมิตรเชิงระบบ  และการลงทุนเชิงรุกในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
            ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันสร้างภูมิทัศน์การแข่งขันรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อน   และทักษะบุคลากร
        และท้าทายมากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อการเติบโต การบริหารความเสี่ยง
        และการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรในทุกมิติ ดังนี้       มิติที 3 : โครงสร้างก�ากับดูแลและเสถียรภาพของระบบ
                                                                   ่
                                                                    บทบาทของหน่วยงานก�ากับดูแล เช่น ส�านักงาน คปภ. ก�าลังเปลี่ยน
            ่
        มิติที 1 : ภูมิทัศน์การแข่งขันและพลวัตตลาด              จากการเป็นผู้ควบคุมเชิงอนุมัติ (Approval-Based Regulator) ไปสู่
            ภาพรวมตลาดประกันชีวิตในภูมิภาคอาเซียนยังมีศักยภาพในการ  ผู้ดูแลเสถียรภาพของระบบ ที่ต้องสร้างสมดุลสามมิติ ได้แก่ การรักษา
        เติบโตสูง โดยเฉพาะในประเทศที่มีอัตราการเข้าถึงประกันชีวิตยังไม่มากนัก     เสถียรภาพ ของระบบ (System Stability) การส่งเสริมการแข่งขันและ
        อย่างไรก็ตามความท้าทายเชิงโครงสร้างและความผันผวนทางเศรษฐกิจ   นวัตกรรม (Promoting Competition & Innovation) และการคุ้มครอง
        โดยเฉพาะสังคมสูงวัยและข้อจ�ากัดด้านความสามารถในการออมของ   ผู้บริโภค (Consumer Protection)
        ครัวเรือน การปรับยุทธศาสตร์จากการเน้นตลาดภายในไปสู่การขยาย
        ธุรกิจในระดับภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของประกันชีวิตยังไม่มากนัก
        แต่มีศักยภาพสูง เช่น เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซีย เพื่อเข้าถึงกลุ่ม
        ประชากรรายได้เกิดใหม่ (Emerging Middle Class)





        ครบรอบ 18 ปี
        สำ�นักง�นคณะกรรมก�รกำ�กับและส่งเสริม ก�รประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
   157   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167