Page 163 - ครบรอบ 18 ปี สำนักงาน คปภ.
P. 163
161
กลไกส�าคัญของการก�ากับดูแลเชิงป้องกันของส�านักงาน คปภ.
ครอบคลุมตลอดวงจรธุรกิจ ได้แก่
การอนุมัติผลิตภัณฑ์และอัตราเบี้ยประกันภัย โดยค�านึงถึง
ความเป็นธรรมและความสามารถของบริษัท
การก�ากับเงินกองทุนตามหลักการ ผ่านกรอบ Risk-Based
Capital (RBC) และการก�าหนด Capital Adequacy Ratio
(CAR)
การบังคับใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (ERM)
และการประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง (ORSA)
การใช้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ความท้าทายด้านทุนมนุษย์ที่ต้องเผชิญอย่างเร่งด่วน ได้แก่
เพื่อตรวจจับสัญญาณความเปราะบางก่อนลุกลาม
ทักษะที่จ�าเป็นในด้านดิจิทัล (Digital Literacy) การท�างานร่วมกับ
โครงสร้างรองรับทั้งระบบยังเสริมความแข็งแกร่งด้วยบทบาทของ AI (AI Proficiency) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data
กองทุนประกันชีวิต ในฐานะกลไกเชิงแก้ไข (Resolution Mechanism) Analytics) กลายเป็นทักษะฐานที่จ�าเป็นส�าหรับบุคลากรทุกระดับ
ที่คุ้มครองผู้เอาประกันภัยในกรณีบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาต สร้าง ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป
ความเชื่อมั่นว่าเสถียรภาพของระบบไม่ได้ผูกกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น โครงสร้างการท�างาน องค์กรจ�าเป็นต้องปรับสู่รูปแบบการท�างาน
ควบคู่กัน หน่วยงานก�ากับยังเร่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เช่น ที่ยืดหยุ่น (Agile/Hybrid Model) ที่เน้นผลลัพธ์ เปิดพื้นที่
ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการประกันภัย (CIT) และ OIC Gateway ให้มีเส้นทางความก้าวหน้าแนวนอน (Horizontal Movement)
เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรม ขณะที่ยังคงกรอบ และการท�างานข้ามสายงาน
การก�ากับดูแลที่สมดุลระหว่างความคล่องตัวกับความปลอดภัยของระบบ การดึงดูดบุคลากร อุตสาหกรรมประกันภัยต้องออกแบบ
Employee Value Proposition (EVP) ที่สามารถแข่งขันกับ
่
มิติที 4 : เทคโนโลยีและ InsurTech จากช่องทางสู่ระบบนิเวศ อุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะ
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมประกันชีวิตได้เคลื่อนผ่าน ดิจิทัลและเชิงวิเคราะห์
จุดที่เป็นเพียงช่องทางดิจิทัล (Digital Channel) ส�าหรับการขาย ไปสู่
การเป็นสถาปัตยกรรมของห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Architecture) การพัฒนาทุนมนุษย์เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถขององค์กร
ที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการท�างานทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ในการด�าเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวใจหนึ่งของหลักการ ESG ในมิติ
เฉพาะบุคคล การรับประกันภัยด้วย AI ไปจนถึงการบริหารจัดการสินไหม “S” (Social) และ “G” (Governance)
ในบริบทนี้ หน่วยงานก�ากับดูแลก�าลังเปลี่ยนบทบาทสู่ “ผู้ออกแบบ มิติที 6 : ESG จากแนวคิดเชิงสัญลักษณ์สู่เงือนไขการแข่งขัน
่
่
ระบบนิเวศนวัตกรรม” (Innovation Ecosystem Architect) ผ่าน หลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ได้เปลี่ยน
เครื่องมือ เช่น Regulatory Sandbox, CIT และ OIC Gateway เพื่อสร้าง สถานะจากแนวคิดเชิงสัญลักษณ์ ไปสู่เงื่อนไขเชิงการแข่งขัน (Competitive
สภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดนวัตกรรม ภายใต้กรอบก�ากับดูแลที่ยืดหยุ่น Condition) ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการด�าเนินธุรกิจ
แต่ไม่ลดมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะในบริบทที่บริษัทประกันภัยเป็นนักลงทุนสถาบันรายใหญ่
แรงกดดันที่ผลักดันให้ต้องบูรณาการ ESG เข้ากับธุรกิจมาจากทุกทิศทาง
ส�าหรับการประยุกต์ใช้ AI นัยส�าคัญไม่ใช่การทดแทนมนุษย์ แต่คือ ได้แก่
การยกระดับบทบาทของตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน จากงานธุรกรรม
ไปสู่งานให้ค�าปรึกษาที่มีมูลค่าเพิ่ม (Advisory Value) โดยอาศัยเครื่องมือ นักลงทุน ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงคัดกรอง (Screening) และให้
ดิจิทัล วิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนและแปลงเป็นค�าแนะน�าที่เข้าใจง่ายและ น�าหนักกับบริษัทที่ด�าเนินงานอย่างยั่งยืน
ตรงจุด อย่างไรก็ตามศักยภาพของเทคโนโลยีจะถูกจ�ากัด หากอุตสาหกรรม ลูกค้าและผู้บริโภค ที่ให้ความส�าคัญกับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส
ไม่สามารถยกระดับทักษะบุคลากร และปรับวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม
รองรับการเปลี่ยนผ่าน พนักงานรุ่นใหม่ ที่เลือกท�างานกับองค์กรที่มีจุดยืนชัดเจนด้าน
ความยั่งยืน
่
มิติที 5: ทุนมนุษย์ จากทรัพยากรสู่ข้อจ�ากัดเชิงยุทธศาสตร์ หน่วยงานก�ากับดูแล ที่ก�าหนดมาตรฐานการรายงาน และ
ในยุคที่ความคาดหวังของลูกค้าซับซ้อนขึ้น และเทคโนโลยีแทรกซึม การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนเข้มข้นขึ้น
อยู่ในทุกกระบวนการ ทุนมนุษย์ได้กลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่ก�าหนด
ขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร หากอุตสาหกรรมไม่สามารถ ESG จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับความอยู่รอดของธุรกิจ เนื่องจากมีผล
พัฒนาแรงงานได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทุนมนุษย์จะกลายเป็นข้อจ�ากัด ต่อระดับความเสี่ยงระยะยาว ความสามารถในการเข้าถึงทุนต้นทุนต�า
เชิงระบบ (Systemic Constraint) ที่ฉุดรั้งการเติบโตของทั้งอุตสาหกรรม การดึงดูดบุคลากรคุณภาพ และความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อ
อุตสาหกรรมโดยรวม

