Page 128 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 128
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
ข้อความข้างต้นนี้คือ พระราชด�ารัสของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตรเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงมีพระมหา
กรุณาธิคุณเสด็จพระราชด�าเนินทรงเปิด
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง พร้อมด้วยสมเด็จ
พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙
เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งจะเห็นได้
ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ทรงให้ความส�าคัญกับการจัดตั้งพิพิธภัณฑ-
สถานแห่งชาติ รวมทั้งการส�ารวจและขุดค้นทางโบราณคดี
อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของประชาชนและแสดง
ถึงความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง
การก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง อ�าเภอ
อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ในครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์
เพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยทวารวดี
ที่พบจากการขุดแต่งศึกษาโบราณสถานหลายแห่ง ภาพที่ ๑ ภาพถ่ายเก่าขณะที่ศาสตราจารย์ ช็อง บวสเซอลิเย่ร์ (Jean Boisselier)
ณ เมืองโบราณอู่ทอง โดยกรมศิลปากร น�าโดย นาย ด�าเนินการขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข ๑ เมืองอู่ทอง
สมศักดิ์ รัตนกุล ในช่วง พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๐๘ ซึ่งได้ (เอื้อเฟื้อภาพโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง)
กระตุ้นให้มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมืองโบราณอู่ทอง
กันอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องตั้งแต่นั้นเป็นต้น โบราณคดีทวารวดีก่อนสมัยรัชกาลที่ ๙ ๒๔๗๐ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
มาจนถึงปัจจุบัน (กรมศิลปากร, ๒๕๐๙, ๒๕๔๕) อันที่จริงแล้ว การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโบราณคดี เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ซึ่งได้ค้นพบพระพุทธรูปส�าริดรุ่น
ทั้งจากนักวิชาการชาวไทยและนักวิชาการชาวต่าง และศิลปกรรมสมัยทวารวดีนั้นมีมาก่อนหน้า เก่าแบบศิลปะอินเดียและตะเกียงส�าริดแบบโรมันด้วย
ประเทศ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล (ยอร์ช เซเดส์, ๒๕๒๖) และศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์
ด้วยเหตุนี้เมืองโบราณอู่ทองจึงมีความส�าคัญ อดุลยเดช บรมนาถบพิตร แล้ว เพราะมีการส�ารวจ ซึ่งอันที่จริงแล้วท่านเป็นนักอ่านจารึกโบราณที่ได้เข้ามา
อย่างยิ่งทั้งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยโบราณ ขุดตรวจสอบและบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ตั้งแต่ ท�างานที่ราชบัณฑิตยสภาและหอพระสมุดวชิรญาณ
บนผืนแผ่นดินไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ ภายใต้การก�ากับดูแลของสมเด็จ
ทวารวดี (มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ หัว รัชกาลที่ ๔ โดยเริ่มต้นงานดังกล่าวในวันที่ ๑ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพ ก็ได้
หรือ ๑,๔๕๐ - ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว) และต่อ มกราคม พ.ศ. ๒๓๙๖ (กรมศิลปากร, ๒๕๒๘: ๘๒ ตีพิมพ์หนังสือเรื่อง “ประชุมศิลาจารึกสยาม ภาคที่ ๒
ประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยนี้ ในการที่พระบาท - ๘๓, ๑๒๒) ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของงานโบราณคดี (จารึกกรุงทวารวดี เมืองละโว้ แลเมืองประเทศราช
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสยามประเทศ (ปฐมฤกษ์ เกตุทัต, ๒๕๓๘: ๒๗) ขึ้นแก่กรุงศรีวิชัย” ใน พ.ศ. ๒๔๗๒ (ยอร์ช เซเดส์,
บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ต่อมามีการส�ารวจและขุดศึกษาโบราณสถานที่แหล่ง ๒๔๗๒)
พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ ได้เสด็จ โบราณคดีพงตึก อ�าเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี การด�าเนินงานครั้งส�าคัญยิ่งในช่วงก่อนหน้าสมัย
พระราชด�าเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยราชบัณฑิตยสภา น�าโดยศาสตราจารย์ยอร์ช รัชกาลที่ ๙ เกี่ยวกับโบราณคดีทวารวดี คือการขุด
อู่ทอง เมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว (นับจาก พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่ง เซเดส์ (George Codes) ชาวฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. ศึกษาโบราณสถานที่เมืองโบราณนครปฐม ๒ แห่ง
เป็นปีที่รัชกาลที่ ๙ เสด็จสวรรคต) คือ โบราณสถานวัดพระเมรุ และเจดีย์จุลประโทน
(เดิมเรียกวัดพระประโทณ) โดยกรมศิลปากรและ
ศาสตราจารย์ปิแอร์ ดูปองต์ (Pierre Dupont) เมื่อ พ.ศ.
๒๔๘๒ - ๒๔๘๓ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร
มหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ (กรมศิลปากร, ๒๔๘๒)
โดยการท�างานของศาสตราจารย์ปิแอร์ ดูปองต์ นั้นได้
รับการเผยแพร่ในหนังสือเรื่อง L’archeologie m ne
de Dvaravati หรือโบราณคดีมอญแห่งอาณาจักร
ทวารวดี ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งท�าให้เรื่องราว
ของศิลปะสมัยทวารวดีเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
(Dupont, 1959 และดู Baptiste and Zephir, 2009)
ภาพที่ ๒ การขุดแต่งเจดีย์จุลประโทน
อ�าเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓
(เอื้อเฟื้อภาพโดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระปฐมเจดีย์)
128 ๑๒๘

