Page 174 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 174
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
ละอองเรณู
ผลการวิเคราะห์ละอองเรณูพบว่า ตัวอย่างจากแหล่งโบราณคดีเพิงผาถ�้าลอดและบ้านไร่ ไม่สามารถบอกภูมิอากาศได้มาก
นักเนื่องจากส่วนใหญ่พบละอองเรณูของสน ซึ่งอาจจะบ่งบอกสภาพอากาศที่หนาวเย็นและแห้ง เมื่อเทียบกับตัวอย่างปัจจุบัน
จากระบบนิเวศบริเวณบ้านถ�้าลอด และบ้านไร่ประกอบด้วยพืชพรรณในระบบนิเวศเขตร้อนและกึ่งร้อน สภาพอากาศแห้งแล้ง
มากขึ้นเพราะพื้นที่เปิดโล่งมากขึ้นเมื่อประมาณ ๖๗๐ - ๒๘๐ ปีมาแล้ว แสดงว่าภูมิอากาศมีแนวโน้มว่าจะเย็นกว่าปัจจุบัน
(นาฏสุดา ภูมิจ�านงค์ และ ฉัตรศรี ตรีกาญจนวัฒนา, ๒๕๔๙)
ข. ความรู้แนวกว้าง
ค�าถามที่ส�าคัญส�าหรับนักโบราณคดีเมื่อท�างานเสร็จแล้ว คืออดีตที่นักโบราณคดีศึกษาค้นคว้า และตีความนั้นเป็นอดีต
ของใคร? เป็นของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในอ�าเภอปางมะผ้า เป็นของคนไทย หรือเป็นของมนุษยชาติโดยรวม ซึ่งค�าตอบ
ของค�าถามนี้ก็จะเพิ่มความหมายและคุณค่าให้กับงานโบราณคดีที่ท�าอยู่ หรืออาจจะไม่มีความหมายอะไรต่อคนไทย และ
ชุมชนบนพื้นที่สูง
ความยากของการท�างานโบราณคดีสาธารณะ คือ การท�าให้ชุมชนท้องถิ่นมีความรู้สึกว่างานโบราณคดีเป็นส่วนหนึ่งของ
ชีวิตของพวกเขา ไม่ใช่อดีตที่ไกลจากประสบการณ์ชีวิต ดังนั้นการท�างานจึงจ�าเป็นต้องมีวิธีการถ่ายทอดในรูปแบบต่าง ๆ
แนวคิดเกี่ยวกับโบราณคดีสาธารณะ เป็นเรื่องของความรับผิดชอบของนักโบราณคดีต่อสาธารณะและสังคม เป็นสิ่ง
ที่มีความจ�าเป็นในโลกปัจจุบัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนจากการฟื้นฟู การเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ของอดีตมาใช้กับการด�ารงอยู่ของวัฒนธรรมในปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการช่วยหาแนวร่วมในการป้องกันแหล่ง
โบราณคดีจากการท�าลายทั้งโดยรู้เท่าถึงการณ์ของกระบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่นการขยาย
พื้นที่ทางการเกษตรหรือเมือง ท�าให้ค้นพบแหล่งโบราณคดีมากมาย นอกจากนี้นักโบราณคดีจ�าเป็นต้องมีส่วนในการช่วย
จัดการแหล่งโบราณคดีภายหลังจากที่ท�าการศึกษาวิจัย เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการสู่สาธาณชน (Renfrew and Banh,
2004; Skeates, 2000)
การท�างานโบราณคดีสาธารณะของโครงการวิจัยฯ เกิดและพัฒนากระบวนการด�าเนินงานในรูปแบบต่างๆ มีกิจกรรม
ทางวิชาการในรูปแบบของเผยแพร่ผลงาน และกิจกรรมส�าหรับชุมชน การท�ากิจกรรมแต่ละครั้งมีการออกแบบกิจกรรมที่
ท�ากับชุมชน ให้มีความแตกต่างและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ โดยพยายามประเมินบทเรียนที่ผ่านมาจากการท�ากิจกรรม
แต่ละครั้ง และปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและพื้นฐาน ในโครงการโบราณคดีบนพื้นที่สูงฯ ระยะที่สอง
กิจกรรมในช่วงปีแรกจะเป็นกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ทางเดียวโดยโครงการ แต่กิจกรรมในช่วงปีที่สอง ได้เกิดกระบวนการ
เรียนรู้ระหว่างการท�างาน จึงเกิดกิจกรรมที่มีการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างทีมวิจัยและชุมชนท้องถิ่น จากแนวคิดเรื่องโบราณคดี
สาธารณะและประสบการณ์การท�ากิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ท�าให้รู้ว่ากระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเพื่อมี
ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นเป็นภูมิต้านทานการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมจากกระแสโลกาภิวัฒน์นั้นท�าแบบฉาบฉวย
ในเวลาสั้นๆ และมีรูปแบบที่เหมือนกัน แต่ต้องเป็นกระบวนการที่ต้องท�าอย่างต่อเนื่อง ติดตามและประเมินผล รวมทั้งต้อง
ท�าความเข้าใจถึงภูมิหลังทางด้านชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของกลุ่มเป้าหมายก่อนการด�าเนินงาน ซึ่งแต่ละชุมชนมีลักษณะ
วัฒนธรรมเฉพาะของตนเอง และวิธีการต้องมีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์
โครงการตระหนักถึงความรับผิดชอบในการเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณชน เพราะการขุดค้นคือการท�าลาย หากไม่ท�าการ
เผยแพร่ผลงานวิจัยในรูปแบบต่าง ๆ ก็จะท�าให้ข้อมูลจากการขุดค้นสูญหายตลอดไป นอกเหนือจากการเผยแพร่ความ
รู้แล้ว การด�าเนินงานสาธารณะยังรวมถึงการท�าความเข้าใจชุมชนเกี่ยวกับความส�าคัญของแหล่งโบราณคดีทั้งในแง่ของ
วิชาการและคุณค่าต่อท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นเกิดส�านึกและเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์และจัดการแหล่งโบราณคดีต่อไป
ในอนาคตเมื่อโครงการเสร็จสิ้นลง อย่างไรก็ดีการท�างานโบราณคดีสาธารณะในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละ
พื้นที่มีความสนใจต่อเรื่อง “ของเก่า” ไม่เท่าเทียมกัน จึงเป็นความท้าทายในการท�างานกับชุมชนแต่ละหมู่บ้าน
นอกเหนือจากเรื่องการเผยแพร่งานแล้ว ก็ยังมีงานด้านการอนุรักษ์และการจัดการแหล่งโบราณคดีที่จัดการเบื้องต้น
ด้วยการจัดนิทรรศการชั่วคราวที่แหล่งโบราณคดี สิ่งที่ท�าต่อไปคือกระบวนการสร้างแนวร่วมในการเป็นเจ้าของอย่างยั่งยืน
ชุมชนท้องถิ่นควรมีสิทธิในการเข้าไปยังแหล่งโบราณคดี หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการแหล่งโบราณคดี ซึ่งจะ
ช่วยท�าลายก�าแพงระหว่างนักวิจัยกับชุมชน สร้างจิตส�านึกของความเป็นเจ้าของให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งโครงการได้เริ่มจัด
ท�ากิจกรรมต่าง ๆ ควบคู่กับการท�างานวิจัยตลอดทั้งโครงการ
สรุป
กว่าสามทศวรรษที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเสด็จพระราชด�าเนินเยี่ยม
ราษฎรบนพื้นที่สูงในอ�าเภอปางมะผ้า เพื่อทราบความเป็นอยู่วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มูเซอด�า ทรงเล็งเห็นความส�าคัญพื้นที่
ในฐานะของแหล่งต้นน�้าและทรัพยากร จึงมีพระราชด�าริให้มีโครงการพัฒนาลุ่มแม่น�้าลาง หลังจากนั้นมีโครงการวิจัยต่าง ๆ
ก็เข้ามาด�าเนินการในพื้นที่เพื่อพัฒนาในด้านต่าง ๆ โบราณคดีก็เป็นหนึ่งในงานที่เข้าไปสืบค้นศึกษาความเป็นมาของคนใน
อดีตและกลุ่มชาติพันธุ์ปัจจุบัน
174 ๑๗๔

