Page 199 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 199

งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙


                   เป็นที่ประจักษ์ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทร    มีการน�าเข้าสู่ระบบภูมิสารสนเทศ ซึ่งสามารถช่วยให้  คณะ (Choowong et al, 2009) สุเมธ พันธุวงศ์ราช

               มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระ          นักโบราณคดีตอบค�าถามเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ใน  (Phantuwongraj et al, 2008) โดยวิธีการศึกษานั้น
               ปรีชาสามารถในศาสตร์แขนงต่าง ๆ และทรงน�า         อดีต เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านภูมิทัศน์ แบบแผน  จะใช้ข้อมูลที่ได้จากการแปลความการรับรู้ระยะไกล
               ความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ      ของสิ่งก่อสร้างสมัยโบราณ ระบบการจัดการน�้า ที่ตั้ง  (remote sensing) การด�าเนินงานภาคสนาม และ
               ตลอดจนการพัฒนาประเทศ อาทิเช่น การแก้            ของเมืองท่า เส้นทางการคมนาคม ฯลฯ ทั้งนี้ภาควิชา  การวิเคราะห์ข้อมูลด้านธรณีสัณฐาน ตะกอนวิทยา

               ปัญหาภัยธรรมชาติ การพัฒนาพื้นที่ชนบทห่างไกล     โบราณคดี คณะโบราณคดี ได้น�าการรับรู้ระยะไกล     ละอองเรณูวิทยา และบรรพชีวินวิทยา เป็นต้น
               การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรดิน น�้าและ      และระบบภูมิสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอน
               ป่าไม้ เป็นต้น ส�าหรับการศึกษาด้านโบราณคดี      วิชาต่าง ๆ อาทิเช่น วิชาการส�ารวจทางโบราณคดี วิชา การศึกษาชายฝั่งทะเลโบราณ
               นั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล             โบราณคดีสิ่งแวดล้อม รวมทั้งวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดี

               อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีความเห็นว่าการ        กับองค์ความรู้ด้านโบราณคดีในยุคต่าง ๆ ด้วย        การศึกษาเกี่ยวกับชายฝั่งทะเลโบราณในงาน
               ศึกษาโบราณคดีต้องอาศัยหลักวิชาวิทยาศาสตร์                                                       โบราณคดีนั้นมีความส�าคัญในการท�าความเข้าใจ
               ดังข้อความตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาทที่พระองค์ ความส�าคัญของพื้นที่ชายฝั่งทะเล                     สิ่งแวดล้อมในอดีตโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมที่ได้รับ

               ได้พระราชทานแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ     พื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศเฉพาะ   อิทธิพลจากทะเล (marine environment) การศึกษา

               วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่ได้มีการ  ได้แก่ ที่ราบน�้าทะเลขึ้นถึง ปากแม่น�้าและพื้นที่  เกี่ยวกับแบบแผนการตั้งถิ่นฐานบริเวณชายฝั่งของ
               กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น ซึ่งการศึกษาด้านโบราณคดี  สามเหลี่ยมปากแม่น�้า ชายหาด ป่าชายเลนและ        ชุมชนในอดีตทั้งชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์และ
               ในประเทศไทยภายใต้ร่มพระบารมีตลอดรัชสมัยของ      ป่าชายหาด เป็นต้น จึงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทาง  ชุมชนสมัยประวัติศาสตร์ ซึ่งหมายรวมถึงที่ตั้งของ
               พระองค์ก็ได้มีการน�าวิทยาศาสตร์มาใช้ร่วมกับสังคม  ด้านเศรษฐกิจและสังคม กล่าวคือ เป็นแหล่ง       ชุมชนโบราณ และองค์ประกอบอื่น ๆ ชองชุมชนที่

               ศาตร์และมนุษยศาสตร์ในลักษณะของสหวิทยาการ        ทรัพยากรธรรมชาติอันประกอบด้วยพืช สัตว์ และ      เป็นเมืองท่า เช่น ทางน�้าที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับ
               เพื่อที่จะน�าไปสู่การอธิบายเรื่องราวในด้านต่าง ๆ ของ  แร่ธาตุต่าง ๆ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและด�ารงชีพของ  ทะเล อ่าวที่อาจใช้เป็นที่จอดเรือ เป็นต้น การศึกษา
               มนุษย์ในอดีตให้ได้ครอบคลุมมากที่สุด             มนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งพระบาทสมเด็จ  เกี่ยวกับภัยพิบัติในอดีตโดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่เกิด
                 การศึกษาเกี่ยวกับชายฝั่งทะเลโบราณใน           พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร         จากการกระท�าของคลื่นและพายุ การอธิบายเกี่ยวกับ

               ประเทศไทยนั้นก็เป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีการศึกษา   ทรงเห็นความส�าคัญของพื้นที่ชายฝั่งทะเล ดังจะ    การก่อตัวของแหล่งโบราณคดีบริเวณชายฝั่ง และ
               โดยใช้วิทยาศาสตร์หลายแขนงมาช่วยในการท�าความ     เห็นได้จากการโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งโครงการพระ    ยังช่วยให้ความกระจ่างเกี่ยวกับระบบการตั้งถิ่นฐาน
               เข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง และผลกระทบ  ราชด�าริและโครงการพัฒนาส่วนพระองค์หลายแห่ง     ของชุมชนโบราณอีกด้วย ทั้งนี้การศึกษาชายฝั่งทะเล
               ต่อการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในสมัยโบราณในลักษณะ   เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่อง  โบราณนั้นจะต้องศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาเพื่อระบุ

               ของสหวิทยาการ ได้แก่ โบราณคดี ธรณีวิทยา ตะกอน   มาจากพระราชด�าริ อ�าเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี   ขอบเขตของชายฝั่งทะเลในแต่ละช่วงเวลาในอดีต
               วิทยา ละอองเรณูวิทยา บรรพชีวินวิทยา เป็นต้น โดย  โครงการพัฒนาป่าไม้ปากน�้าปราณบุรีอันเนื่องมาจาก  และหาความสัมพันธ์ระหว่างชายฝั่งทะเลกับการ
               มีการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geo-Information   พระราชด�าริ อ�าเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์    ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในยุคต่าง ๆ
               Technology) เป็นเครื่องมือส�าคัญในการศึกษา ซึ่ง  และโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ณ บางเบิด อ�าเภอ      การศึกษาด้านชายฝั่งทะเลโบราณที่เกี่ยวข้องกับ

               พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช         ปะทิว จังหวัดชุมพร เป็นต้น                      งานโบราณคดีในประเทศไทยนั้น อาจกล่าวได้ว่างาน
               บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักถึงความส�าคัญของการ                                                       ของผ่องศรี วนาสิน และ ทิวา ศุภจรรยา (๒๕๒๔)
               ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการวางแผนพัฒนา การศึกษาชายฝั่งทะเลโบราณ                               เป็นงานในยุคเริ่มต้น โดยเป็นการศึกษาความสัมพันธ์
               ประเทศ และทรงมีพระปรีชาสามารถในการใช้แผนที่ ในประเทศไทย                                         ระหว่างเมืองโบราณและชายฝั่งทะเลเดิมในที่ราบ

               ซึ่งเป็นสารสนเทศเชิงพื้นที่ ตลอดจนได้ทรงประยุกต์    การศึกษาด้านธรณีวิทยา                       ภาคกลาง ผ่านการวิเคราะห์แผนที่ภูมิประเทศ
               ใช้ข้อมูลจากการรับรู้ระยะไกล (Remote Sensing)     นักธรณีวิทยาได้เริ่มท�าการศึกษาชายฝั่งทะเล    รูปถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อหา
               ได้แก่ รูปถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และ      โบราณในประเทศไทยมาตั้งแต่เมื่อประมาณ ๕๐         ขอบเขตของแนวชายฝั่งทะเลเดิมในที่ราบเจ้าพระยา
               ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic           ปีที่แล้ว ดังปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษา    ตอนล่าง ซึ่งสามารถสรุปได้ว่ามีแนวชายฝั่งทะเล

               Information System หรือ GIS) มาวิเคราะห์ ติดตาม   ด้านธรณีวิทยาในที่ราบภาคกลางตอนล่าง (ที่ราบ   เดิมอย่างน้อย ๓ แนว โดยมีความสูงของพื้นที่สูง
               และประเมินผลโครงการต่าง ๆ (ธนัช สุขวิมลเสรี,    เจ้าพระยา) ของ Alekseev และ Takaya (1967)       กว่าระดับน�้าทะเลปัจจุบัน  และเมืองโบราณสมัย
               ๒๕๕๐: ๖)                                        หลังจากนั้นนักธรณีวิทยาที่สนใจยุคควอเทอร์นารี   ทวารวดีนั้นมีความสัมพันธ์กับแนวชายฝั่งทะเล
                 ส�าหรับการศึกษาด้านโบราณคดีนั้นมีการใช้แผนที่   ได้ท�าการศึกษาเพื่อที่จะท�าความเข้าใจเกี่ยวกับ  เดิมที่มีระดับความสูง ๓.๕ - ๔ เมตร จึงสันนิษฐาน

               รูปถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อ        วิวัฒนาการด้านธรณีสัณฐานชายฝั่ง ประวัติการ      ว่าขอบเขตของอ่าวไทยในช่วงเวลานั้นอยู่ที่ระดับ
               ตรวจสอบสภาพภูมิประเทศในพื้นที่แหล่งโบราณคดี     เปลี่ยนแปลงของระดับน�้าทะเล (ดูตัวอย่างจากการ   ความสูงดังกล่าว และมีชุมชนโบราณ ๒๐ แห่งที่
               และบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ช่วยให้สังเกตเห็น   ศึกษาของ ณรงค์ ถิระมงคล (Thiramongkol, 1984)    เป็นชุมชนชายฝั่งทะเล และทิวา ศุภจรรยา และ
               ร่องรอยหรือรูปแบบของสิ่งก่อสร้าง เช่น คูน�้า คัน  ธนวัฒน์ (สมบูรณ์) จารุพงษ์สกุล (Somboon, 1990;   คณะก็ยังได้ศึกษาแนวชายฝั่งทะเลโบราณมาอย่าง

               ดิน โบราณสถาน เป็นต้น ซึ่งแผนที่ รูปถ่ายทาง     Somboon and Thiramongkol, 1992) พิสิษฐ์ ธีระ    ต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากบทความของชวลิต ขาว
               อากาศ และภาพถ่ายดาวเทียมของพื้นที่เดียวกันที่   ดิลก (Dheeradilok, 1995) สิน สินสกุล (Sinsakul,   เขียว และ ทิวา ศุภจรรยา (๒๕๔๘) ที่ได้รวบรวม
               จัดท�าขึ้นในช่วงเวลาต่าง ๆ กัน ยังสามารถช่วยให้  2000) มนตรี ชูวงษ์ (Choowong, 2002) และ Umitsu   ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผลการศึกษาด้านแนวชายฝั่ง
               นักโบราณคดีสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่  et al. (2002) เป็นต้น ตลอดจนน�ามาใช้เพื่อประโยชน์  ทะเลโบราณในที่ราบเจ้าพระยาตอนล่าง โดยใช้

               นั้นในช่วงเวลาต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่น การใช้พื้นที่   ในการศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งและการเกิดธรณีพิบัติ   แนวทางการศึกษาด้านธรณีโบราณคดี ทั้งการศึกษา
               พืชพันธุ์ที่ปกคลุมดิน และการเปลี่ยนแปลงของทางน�้า   เช่น ผลกระทบต่อชายฝั่งที่เกิดจากสึนามิ เป็นต้น   ธรณีสัณฐาน ธรณีแปรสัณฐานยุคใหม่ และการ
               เป็นต้น ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการรับรู้ระยะไกลเหล่านี้ได้  (ดูตัวอย่างจากการศึกษาของ มนตรี ชูวงษ์ และ  เปลี่ยนแปลงของระดับน�้าทะเลในอดีต และได้ข้อสรุป




                                                                                  ๑๙๙
                                                                                   199
   194   195   196   197   198   199   200   201   202   203   204