Page 203 - งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9
P. 203
งานโบราณคดีใต้ร่มพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ ๙
นอกจากนี้ยังปรากฏงานที่นักโบราณคดีได้น�าข้อมูลจากการศึกษาด้านธรณีวิทยามาใช้อธิบายเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐาน
บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลหรือใกล้ชายฝั่งทะเลอีกจ�านวนหนึ่ง ได้แก่ การศึกษาของธราพงศ์ และอมรา ศรีสุชาติ ที่ได้น�า
ข้อมูลทางธรณีวิทยา (ซึ่งเป็นผลมาจากการแปลความข้อมูลจากการรับรู้ระยะไกลและการตรวจสอบในภาคสนาม) มาใช้
ในการอธิบายการตั้งถิ่นฐานบริเวณชายฝั่งภาคใต้ทั้งทางฝั่งอันดามันและอ่าวไทยในช่วงเวลาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ (ดูตัวอย่างใน อมรา ศรีสุชาติ, ๒๕๔๔) และยังมีการศึกษาเฉพาะพื้นที่ เช่น การศึกษาการ
ตั้งถิ่นฐานบริเวณคาบสมุทรสทิงพระของ Stagardt (๑๙๘๓) เป็นต้น
สรุป
การศึกษาด้านชายฝั่งทะเลโบราณในประเทศไทยนั้นเป็นที่สนใจของนักวิชาการหลายสาขา ได้แก่ นักธรณีวิทยา ตลอด
จนมีการศึกษาโดยนักโบราณคดีร่วมกับนักธรณีวิทยา และนักวิชาการสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากพิจารณาด้านพื้นที่ศึกษา
จะพบว่าปัจจุบันงานส่วนใหญ่ที่ศึกษาเกี่ยวกับชายฝั่งทะเลโบราณในทางโบราณคดียังคงเน้นที่บริเวณที่ราบภาคกลาง โดย
เฉพาะที่ราบลุ่มแม่น�้าเจ้าพระยาตอนล่าง และชายฝั่งด้านตะวันตกของอ่าวไทยซึ่งเป็นพื้นที่เกี่ยวเนื่องกัน ส่วนในด้านอายุ
สมัยนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นการศึกษาที่เกี่ยวเนื่องกับสมัยทวารวดีทางภาคกลางและภาคตะวันตก ยกเว้นการศึกษาบริเวณ
คาบสมุทรสทิงพระที่อยู่ในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ เป็นต้นไปที่อาจจัดอยู่ในสมัยศรีวิชัย ส�าหรับวิธีการศึกษา
ชายฝั่งทะเลโบราณในงานโบราณคดีนั้นมีการใช้วิธีการที่หลากหลาย โดยเริ่มจากการแปลความรูปถ่ายทางอากาศเป็นหลัก
ต่อมาได้มีการตรวจสอบในภาคสนามทั้งการศึกษาด้านธรณีสัณฐาน ตะกอนวิทยา ละอองเรณูวิทยา ตลอดจนการก�าหนด
ค่าอายุของตะกอนด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และผลการศึกษาด้านชายฝั่งทะเลโบราณสามารถน�าไปตอบค�าถามเกี่ยว
กับสภาพแวดล้อมในอดีตที่มีผลต่อการตั้งถิ่นฐานและการด�ารงชีพของมนุษย์ในอดีตได้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น
203 ๒๐๓

